อาณาจักรอิสลามในสมัยก่อน

อาณาจักรอิสลามในสมัยก่อน
อาณาจักรอิสลามในสมัยก่อน

อาณาจักรอิสลามในสมัยก่อน มีการบันทึกในประวัติศาสตร์ว่า ศาสนาที่เติบโตและก็มีการแพร่หลายได้เร็วเยอะที่สุดในโลกก็คือ ศาสนาอิสลามนั่นเอง สำหรับในการเผยแพร่ทางอิสลามหลังการสินพระชนม์ของท่านศาสดามูฮัมหมัดซอลลัลลอฮฺฮูอะลัยฮิวาซัลลัมนั้น แต่ว่าสำหรับเพื่อการเผยแพร่ทางศาสนาก็มิได้แค่เพียงหยุดเท่านั้น ซึ่งถัดมาก็ได้มีการจัดการแพร่หลายโดยตลอดโดยเหล่าศอฮาบะฮ์ หรือสาวกของท่าน ในส่วนของการเผยแพร่ของพวกเขานั้นมีหลากหลายแนวทางด้วยเหมือนกัน ดังเช่น การอาศัยหนทางจากกระบวนการทำการค้าขาย แล้วก็การค้าไปทั่วทุกมุมโลก

จากการทำงานสำหรับการเผยแพร่ศาสนาของ อัลฮัมดูลิลลาฮฺ กระทั่งทำให้อาณาจักรมีความยิ่งใหญ่แล้วก็ได้น้อมรับศาสนาอิสลาม รวมทั้งต่อจากนี้ทางเว็บไซต์ของพวกเราจะมาเล่ากล่าวอาณาจักรอิสลามที่มีอิทธิพลเยอะที่สุดในโลกในประวัติศาสตร์ของอิสลาม

อาณาจักรเดมาร์ก

เป็นอาณาจักรอิสลามที่แรกที่เป็นประวัติศาสตร์มีความยิ่งใหญ่อยู่ในทางตอนเหนือของเกาะชวา ในเริ่มต้นอาณาจักรที่นี้ได้เป็นเมืองหนึ่งของมาญาปาได้รับความนิยม แต่ว่าเมื่อมีอำนาจก็มีการก้าวร้าวเกิดขึ้นกระทั่งทำให้มีความขัดแย้ง แล้วก็ต่อมาได้รับการสืบสานอำนาจตามขนบธรรมเนียมภายหลังที่ได้เสื่อมอำนาจลง

อาณาจักรนี้ได้มีการเติบโตขึ้นกระทั่งเปลี่ยนเป็นศูนย์การค้า แล้วก็ยังเป็นศุนย์กลางสำหรับเพื่อการเผยแผ่ทางศาสนาอิสลาม

จักรพรรดิมาลี

เป็นเมืองหนี่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในทวีปแอฟริกา เริ่มจัดตั้งเมื่อปี 1 2 3 4 – 1 6 1 0 ซึ่งสถานที่แห่งนี้ได้มีการเผยแพร่ภาษา วัฒนธรรม รวมทั้งศาสนาในดินแดนแอฟริกาตะวันตก ถัดมาช่วงได้กำเนิดความเจริญก้าวหน้าขึ้นในรัชสมัยของกษัตริย์มูซาที่ 1 สำหรับในการดูแลได้นำเอาศาสนาให้กับเหล่าขุนนางอีกด้วย

จักรวรรดิออตโตมัน

เป็นที่รู้จักกันมากมาย ในฐานะที่เป็นอาณาจักรอิสลามที่ใหญ่ในเมืองตุรกี ที่ได้ยังคงอยู่ระหว่างตามรอยต่อของทวีปเอเชียรวมทั้งยุโรปนานราว 6 0 0 ปี ถัดมาได้มีการขยายอิทธิพลไปยังทวีปเอเชีย ยุโรป รวมทั้งแอฟริกา จากการเผยแพร่ศาสนาอิสลาม

จักรวรรดิโมกุล

เป็นรัฐอิสลามในประเทศอินเดียที่มีอำนาจมากเมื่อปี 1 5 2 6 – 1 8 5 8 จักรวรรดินี้ได้มีการจัดตั้งขึ้นโดยซาฮีรุดดีน มูอัมหมัด บาร์เบอร์ ซึ่งท่านผู้นี้เป็นบุตรของหลานชายของตีมูร์อีแลงเชื้อสายมองโกล ถัดมาได้มีการแต่งตั้งขึ้น ความยิ่งใหญ่ได้มีความแพร่หลายจนกระทั่งสามารถครอบครองหลายพื้นที่ของอัฟกานิสถานทั่วภูมิภาคในประเทศอินเดีย และก็ยังสามารถโค่นอำนาจระบอบสุลต่านที่นิวเดลีได้สำเร็จอีกด้วย จนได้ควบคุมอินดินแดนทั้งหมดในประเทศอินเดีย

ราชวงศ์อุมัยยะฮ์

พูดได้ว่าเป็นราชวงศ์อิสลามที่มีอิทธิพลมากมายสำหรับในการเผยแพร่อิสลาม จากการดำรงชีวิตในราชวงศ์ที่นี่นั้น สามารถหลอมรวมดินแดนได้จากจีนแผ่นดินใหญ่ไปจนกระทั่งในทางตอนใต้ของประเทศฝรั่งเศสได้อีกด้วย ซึ่งราชวงศ์ที่นี้เป็นราชวงศ์ที่โบราณที่ได้ปกครองในดินแดนตะวันออกกลางตั้งแต่ปี 6 6 1 – 7 5 0 แล้วก็ในคาบสมุทรโคโดบาของประเทศสเปนตั้งแต่ปี 7 5 6 – 1 0 3 1 นั่นเอง

0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0

ที่มา : แทงบอลออนไลน์

0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0

เทรนด์อาหารและเครื่องดื่ม

เทรนด์อาหารและเครื่องดื่ม
เทรนด์อาหารและเครื่องดื่ม

เทรนด์อาหารและเครื่องดื่ม พฤติกรรมการบริโภคอาหาร และอาหารนั้นมีการปรับเปลี่ยนเป็นอย่างมาก จากอดีตกาลนั้นผู้บริโภคอาหารเปรียบเสมือนยา ต่อมาในปัจจุบันวัฒนธรรมต่าง ๆ ก็ได้มีการเปลี่ยนแปลงไป ในการรับประทานอาหารจึงเกี่ยวในเรื่องของค่านิยม และในวันนี้เราจะมาพูดถึงแนวโน้มการบริโภคอาหาร แนวคิดที่เปลี่ยนไปของการกิน การรับมือของผู้ผลิตและผู้ประกอบการธุรกิจของอาหารและเครื่องดื่มในประเทศไทย

อาหารเพื่อสุขภาพ ที่ผ่านมานั้นมีผู้บริโภคได้เอาใจใส่ในเรื่องของสุขภาพเพิ่มมากขึ้น ประเภทอาหารออแกนิก สินค้าที่ปราศจากลูเตนและแลคโตส รวมถึงอาหารที่มีสัดส่วนประเภทของน้ำตาลและไขมันต่ำ ซึ่งเมื่อปี 2 0 1 3 มูลค่าของสินค้าอาหารและเครื่องดื่มออแกนิกในท้องตลาดทั่วโลกนั้นมีอยู่ประมาณ 8 0 , 0 0 0 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และคาดว่าจะเพิ่มสูงขึ้นอยู่ที่ประมาณ 1 6 1 , 5 0 0 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ อีกด้วย

อาหารสำเร็จรูป ในชีวิตประจำวันกับการเร่งรีบทำให้อาหารสำเร็จรูปนั้นมาแรงมาก ๆ โดยอาหารจำพวกนี้เป็นอาหารสำเร็จรูปพร้อมทาน พร้อมปรุง อาหารที่ส่งถึงหน้าบ้านคุณ จนเป็นอาหารแปรรูปที่สะดวกสบายในการบริโภคและยังเก็บได้นาน

อาหารฮาลาล ในกลุ่มประชากรมุสลิมที่กำลังมีการขยายตัว จึงทำให้การตลาดเศรษฐกิจเป็นตลาดที่ได้เปิดใหม่ขึ้นและยังมีอัตราการเจริญเติบโตที่เพิ่มมากขึ้นและรวดเร็วอย่างมากในปัจจุบัน อุตสาหกรรมฮาลาลนั้นยังเป็น ท้องตลาดพันล้านอันดับที่ 3 ของโลก จากประเทศจีนและประเทศอินเดียนั่นเอง เพราะการตลาดนั้นต้องรองรับชาวมุสลิมที่มีจำนวนถึง 2,000 ล้านคน ซึ่งชาวมุสลิมนั้นมีข้อห้ามในการรรับประทานอาหารถึง 6 ข้อตามหลักศาสนา ABCD IS ซึ่งก็คือ แอลกอฮอล์ เลือด เนื้อของสัตว์ที่ตายแล้ว สัตว์กินเนื้อและนก อาหารที่ถวายให้กับเทพเจ้ายกเว้นพระเจ้าอัลลอฮ์ และเนื้อหมู ดังนั้นการตลาดฮาลาลจึงมีมูลค่าถึง 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ปี 2013

อาหารเสริม สินค้าและผลิตภัณฑ์อาหารเสริมนั้นเป็นกลุ่มสินค้าหนึ่งที่มีอิทธิพลมากในท้องตลาด เพราะสามารถตอบโจทย์ได้ตรงจุดผู้บริโภค ทั้งอาหารและเครื่องดื่มที่สามารถทำให้สมรรถภาพในการทำงานของร่างกายและสมอง การสร้างภูมิคุ้มกัน รวมทั้งการเสริมความงามต่าง ๆ อาหารเสริมจึงเป็นอาหารทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการโดยตรง

อาหารเพื่อผู้สูงอายุ จากเหตุการณ์ Aging Society โดยประเทศไทยนั้นส่งผลให้ธุรกิจทางด้านอาหารนั้นมีการพัฒนาเพื่อรองรับความต้องการในกลุ่มผู้บริโภค ดังนั้นใน สหประชาชาติได้คาดการณ์ไว้ว่า เมื่อปี 2050 มนุษย์โลกมากกว่า 20 % จากมีอายุในการใช้ชีวิตมากกว่า 60 ปี ซึ่งแนวโน้มนี้ยังเป็นโอกาสและความท้าทายของผู้ผลิตในธุรกิจอาหารเพราะเป็นการเพิ่มกลุ่มบริโภคชนิดหนึ่งเข้ามา

ซึ่งถ้าหากใครกำลังหาโอกาสทางธุรกิจอาหารของตนเองอยู่ละก็ ควรที่จะศึกษาในเรื่องของการตลาดที่ต้องเข้าแข่งขัน เพราะว่าธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มนั้นก็เป็นผลิตภัณฑ์และสินค้าที่ทุกคนจำเป้นต้องใช้ หากจับจุดของตลาดได้อย่างชัดเจนและรวดเร็วเราเชื่อว่าธุรกิจของคุณจะทำเงินให้คุณอย่างมหาศาล

0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0

ขอบคุณที่มาจาก UFABET

0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0

การใช้ชีวิตกับอัลกุรอาน

การใช้ชีวิตกับอัลกุรอาน
การใช้ชีวิตกับอัลกุรอาน

การใช้ชีวิตกับอัลกุรอาน จากการกล่าวถึงในเรื่องราวของอัลกุรอานนั้นถือได้ว่าเป็นการกล่าวในเรื่องที่ยิ่งใหญ่มาก เพราะอัลกุรอานนั้นถือเป็นคัมภีร์ที่มีความยิ่งใหญ่อย่างมาก ซึ่งจะไม่มีวันใดที่ได้เขียนหรือแม้กระทั่งได้พูดถึงเรื่องราวเกี่ยวกับอัลกุรอานเว้นแต่จะมีถึงสองความรู้สึกในตัวเอง นั่นก็คือ เกิดความรู้สึกดีใจกับความรู้สึกละอาย กล่าวได้ว่า ฉันรู้สึกดีใจที่ได้กล่าวถึงคำดำรัสของพระอัลลอฮฺ และได้ละอายต่อคนต่ำต้อยกว่าที่ และถือได้ว่าที่ฉันนั้นถือวิสาสะมากล่าวถึงคำดำรัสอันสูงส่งของพระอัลลอฮฺ ซึ่งอย่างไรก็แล้วแต่ ฉันจะขอสรรเสริญต่อพระองค์ อัซซะวะญัลละ ที่ได้อนุญาตให้ฉันได้กล่าวถึงคำดำรัสของพระองค์นั่นเอง

0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0

ดัวนั้นถ้าหากว่าใครสักคนนั้นต้องการที่จะพูดถึงคำดำรัสของพระอัลลอฮฺ แล้ว แน่นอนว่าในชีวิตของเขาตลอดชั่วชีวิตนั้นก็ไม่อาจจะพูดถึงเรื่องราวนั้น ๆ ได้อย่างครบครัน แต่หากว่าจะฉันจะขอกล่าวถึงวิธีทำเช่นไรที่สามารถทำให้รายละเอียดเนื้อหาอัลกุรอานนั้นมีผลต่อมุสลิม โดยเฉพาะในช่วงที่เหล่ามุสลิมนั้นอยู่ในช่วงของเดือนเราะมะฎอน

แน่นอนอีกว่า ในการมีชีวิตที่มีการผูกพันกับอัลกุรอานนั้นก็ถือว่าเป็นชีวิตที่มีเกียรติ และแน่ ๆ ว่าเป็นความโปรดปรานของพระอัลลอฮฺ ที่ได้ทรงประทานแก่ผู้ที่รพะองค์ได้ประสงค์จากสิ่งที่ถูกสร้างขึ้นมาทั้งสิ้น ลือได้ว่าเป็นการใช้ชีวิตที่ดีเลิศที่สุดเลยก็ว่าได้ จึงถือได้ว่า มีความเหมาะสมอย่างที่สุดสำหรับผู้ที่ศรัทธาจากความจริงใจต่อตนเองที่จะทำให้ตนเองนั้นมีชีวิตที่แท้จริงที่ได้ผูกพันกับอัลกุรอาน และเราขอให้ท่านทุก ๆ คน ได้มีการพินิจพิจารณาในการใช้ชีวิตของชาวสะลัฟว่าพวกเขานั้นจะมีชีวิตที่ได้ผูกพันกับอัลกุรอานเช่นไร แล้วนำมาเปรียบเทียบกับการใช้ชีวิตของตัวเราเองกับพวกเขาในตอนที่เราอ่านอัลกุรอาน

ในเดือนเราะมะฎอนนั้นถือเป็นโอกาสในการทบทวนอัลกุรอานสำหรับตัวเราที่ยังคงให้ความแม่นยำเป็นลำดับแรก แล้วยังเป็นโอกาสอีกทีที่จะได้เอาจริงจังกับการอ่านอัลกุรอานที่มีผลต่อหัวใจ และจะสามารถเปลี่ยนแปลงบุคลิกภาพของตนให้ดีมากขึ้น ทั้งที่เรามีความต้องการที่จะให้พฤติกรรมของเรานั้นหลังที่ได้อ่านอัลกุรอานนั้นจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงเหมือนกับพฤติกรรมก่อนการอ่าน และสำหรับการใช้ชีวิตในการผูกพันกับอัลกุรอานนั้นก็คือการมีชีวิตที่มีความรักต่อเหล่าอายะฮฺต่าง ๆ ของพระผู้ทรงเมตตา พร้อมทั้งให้เกียรติเทิดทูนสิ่งเหล่านั้น

0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0

ที่มา : UFABET1688

0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0

คำสอนของศาสนาอิสลาม

คำสอนของศาสนาอิสลาม
คำสอนของศาสนาอิสลาม

คำสอนของศาสนาอิสลาม แบ่งไว้ 3 หมวดดังต่อไปนี้

  • หลักการศรัทธา
  • หลักจริยธรรม
  • หลักการปฏิบัติ

หลักการศรัทธา

ปัญญาและจิตสำนึกจะพบว่า จักรวาลรวมทั้งมวลทุกสิ่งทั้งหลายแหล่ที่มีอยู่ ไม่ได้เกิดขึ้นมาด้วยตัวเอง เป็นที่แน่ชัดว่า สิ่งกลุ่มนี้ได้ถูกเกิดขึ้นมาโดยพระผู้สร้าง ผู้ทรงสูงสุดเพียงแต่ท่านเดียว ที่ไม่แยกส่วน หรือแยกเป็นสิ่งใด ไม่ถูกเกิดขึ้น ไม่ถูกกำเนิด และไม่ให้กำเนิดบุตร บุตรีใดๆผู้ทรงสร้าง รวมทั้งบริหารทุกสิ่งด้วยอำนาจและก็ความรู้ที่ไม่มีขอบเขต ทรงกำหนดกฎเกณฑ์ที่โดยปกติไม่มีการเปลี่ยนแปลงหรือไว้ทั่วอีกทั้งจักรวาลหรือที่เข้าใจว่าเป็นกฎธรรมชาติ ทรงขับเคลื่อนจักรวาลด้วยระบบที่ละเอียดอ่อน มีเป้าหมาย ซึ่งไม่มีทุกสิ่งใดถูกทำขึ้นมาอย่างไร้สาระ

พระเจ้าผู้ทรงเมตตา ทรงสร้างมนุษย์ขึ้นมาอย่างประเสริฐจะเป็นได้เช่นไร ที่ท่านจะปลดปล่อยให้มนุษย์ดำรงชีวิตอยู่ไปเพียงลำพัง โดยไม่ทรงเหลียวแล หรือปลดปล่อยให้สังคมมนุษย์ และก็สิ่งมีชีวิต เกิดขึ้น แล้วดำเนินไปตามบุญตามกรรมของตนเอง สถานการณ์โอบล้อมที่สิ่งมีชีวิตยังคงอยู่จึงเป็นความพอดีอย่างที่สุดที่ผู้ใช้สติปัญญา ไม่อาจจะชี้แจงได้ด้วย”ความบังเอิญ” สอดคล้องตามทฤษฎีความเป็นไปได้ทางคณิตศาสตร์

ท่านทรงกำจัดความข้องใจพวกนี้ ด้วยการประทานกฎการกระทำต่างๆผ่านบรรดาศาสดา ให้มาอบรมสั่งสอนและก็ชี้แนะมนุษย์ไปสู่การกระทำ ในการดำรงชีพ แน่ๆมนุษย์อาจมองไม่เห็นผล หรือได้รับคุณประโยชน์จากการทำสิ่งที่ดีงาม หรือได้รับโทษจากการทำชั่ว ของตนเองในชีวิตบนโลกนี้ ที่เป็นเพียงแต่โลกแห่งการทดสอบ โลกแห่งการทดแทนที่แท้จริงยังมาไม่ถึง

จากจุดนี้ทำให้เข้าใจได้โดยทันทีว่า ควรมีสถานที่อื่นอีก อันเป็นสถานที่ตรวจสอบการกระทำที่เกิดขึ้นมาจากฝีมือของคน อย่างละเอียดถี่ถ้วน ถ้าหากเป็นความดีพวกเขาจะได้รับรางวัลได้ผลสำเร็จตอบแทน แม้กระนั้นถ้าเกิดเป็นความเลวทรามก็จะถูกลงโทษไปตามกรรมนั้น ศาสนาได้ชักชวนมนุษย์ไปสู่แนวทางศรัทธา แล้วก็ความมั่นใจและความเชื่อมั่นที่ซื่อตรงจริง พร้อมเพียรพยายามส่งเสริมมนุษย์ ให้หลุดพ้นจากความโง่เขลาเบาปัญญา ระบอบการกดขี่ การแบ่งชนชั้นทางสังคม และก็บังเกิดความสงบสุขของมนุษยชาติโดยรวมในที่สุด

หลักจริยธรรม

ศาสนาสอนว่า สำหรับการดำรงชีวิตต้องเลือกเฟ้นเฉพาะสิ่งที่ดี อันเป็นเป็นที่ยอมรับของสังคม ต้องทำตนให้เป็นผู้ยังคงอยู่ในคุณธรรม ปรับปรุงตัวเองไปสู่การมีบุคลิกที่ดี เป็นผู้ที่รู้จักหน้าที่ ห่วงใย มีเมตตา มีความรัก ซื่อสัตย์ต่อคนอื่นๆ รู้จักปกป้องรักษาสิทธิของตนเอง ไม่ฝ่าฝืนสิทธิของคนอื่น เป็นผู้มีความเสียสละไม่เห็นแก่ตัว แล้วก็หมั่นใฝ่หาวิชาความรู้ ทั้งสิ้นที่กล่าวมานี้เป็นคุณสมบัติของผู้มีจริยธรรม ซึ่งความสมบูรณ์ทั้งปวงอยู่ที่ความเที่ยงธรรม

หลักการปฏิบัติ

ศาสนาสอนว่า กิจการงานต่างๆที่จะทำนั้น มีความเหมาะสมกับตัวเองแล้วก็สังคม ขณะเดียวกันจะต้องออกห่างจากงานการที่ไม่ดี ที่สร้างความเสียหายอย่างสิ้นเชิง

ส่วนการทำความดีอื่นๆการถือศีลอด การนมาซ และก็สิ่งที่คล้ายกับสิ่งพวกนี้ เป็นการชี้ให้เห็นถึงการเป็นบ่าวที่ภักดี รวมทั้งกระทำตามสั่งการของท่าน กฎเกณฑ์แล้วก็คำอบรมสั่งสอนของศาสนา ทำหน้าที่คอยควบคุมพฤติกรรมของผู้คน ทั้งๆที่เป็นหลักเชื่อถือ หลักเกณฑ์แล้วก็จริยธรรม

พวกเราอาจจะกล่าวว่าคนที่ละเมิดคำสั่งต่างๆของศาสนา ไม่ได้นับว่าเขาเป็นคนที่ศรัทธาอย่างแท้จริง ถ้าเกิดแต่ว่าเขาทำการต่างๆไปตามอารมณ์รวมทั้งความต้องการใฝ่ต่ำของเขาเพียงเท่านั้น

อิสลามในความหมายของอัล-กุรอานนั้น หมายคือ “หนทางสำหรับการดำรงชีพ ที่มนุษย์จะไม่มีมันมิได้” ส่วนความต่างระหว่างศาสนากับกฎของสังคมนั้น เป็นศาสนาได้ถูกประทานมาจากพระเจ้า ส่วนกฎของสังคมเป็นผลมาจากความนึกคิดของคนเรา อีกแง่หนึ่ง อิสลามหมายความว่า การดำเนินของสังคมที่เคารพนับถือต่ออัลลอหฺ แล้วก็เชื่อฟังทำตามคำสั่งของท่าน

อัลลอฮ์ พูดเกี่ยวกับอิสลามว่า “โดยความเป็นจริง ศาสนา ณ อัลลอฮฺ คืออิสลาม แล้วก็บรรดาคนที่ได้รับคัมภีร์มิได้ขัดแย้งกัน นอกเหนือจากภายหลังที่วิชาความรู้มาปรากฏแก่พวกเขาเพียงแค่นั้น ดังนี้ด้วยเหตุว่าความอิจฉาริษยาระหว่างพวกเขาเอง และก็คนใดไม่ยอมรับต่อบรรดาโองการของอัลลอฮ์แล้วไซร้ แน่นอน อัลลอฮ์ทรงเป็นผู้ทรงรวดเร็วสำหรับในการชำระ”

0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0

อ่านต่อเพิ่มเติมได้ที่นี่ UFABET1688

0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0

เตาฮีด

เตาฮีด
เตาฮีด

เตาฮีด มาจากคำว่า วะหฺหะดะ,ยุวะหฺหิดุเป็น การทำให้สิ่งหนึ่งเป็นอย่างเดียว และก็มันไม่อาจจะเกิดขึ้นได้นอกจากควรมีการปฏิเสธแล้วก็การรับรอง กล่าวอีกนัยหนึ่งให้ไม่ยอมรับต่อสิ่งที่สวนทางกับความเป็นหนึ่งเดียว แล้วก็การรับรองในความเป็นหนึ่งเดียวนั้น ดังเช่นการที่พวกเราพูดว่า คนคนหนึ่งจะไม่อาจจะทำให้เตาฮีดของเขาสมบูรณ์ได้ เว้นแต่เขาจำเป็นที่จะต้องสาบานว่าไม่มีพระเจ้าอื่นใดที่ควรแก่การเคารพจงรักภักดีนอกเหนือจากอัลลอฮฺ แล้วปฏิเสธต่อพระเจ้าอื่นเว้นเสียแต่อัลลอฮฺ รวมทั้งยืนยันว่าอัลลอฮฺนั้นเป็นพระเจ้าเพียงท่านเดียวโดยเหตุนี้เองการไม่ยอมรับเพียงอย่างเดียวหรือการรับรองเพียงอย่างเดียว ก็เลยไม่อาจอดกลั้นการมีส่วนร่วมของสิ่งอื่นในหัวข้อนั้นได้ อย่างเช่นการที่ท่านได้พูดว่า ชายคนหนึ่งได้ยืนขึ้น มันก็เป็นการยืนยันว่าเขาได้ยืนขึ้นแต่ว่าท่านมิได้พูดว่าเขาได้ยืนอยู่เพียงแค่ลำพัง เพราะเหตุว่าย่อมเป็นได้ที่จะมีคนอื่นๆยืนอยู่ด้วย แต่ว่าถ้าหากท่านพูดว่า ไม่มีผู้ใดยืนเลย มันก็เป็นการไม่ยอมรับอย่างสิ้นเชิงว่าไม่มีผู้ใดยืนแม้กระทั่งผู้เดียว แม้กระนั้นถ้าเกิดท่านบอกว่า ไม่มีผู้ใดยืนนอกเหนือจากคนชื่อซัยดฺหรือไม่มีผู้ใดยืนนอกเหนือจากชายคนหนึ่งแค่นั้น เมื่อนั้นล่ะท่านได้กล่าวว่ามีเพียงผู้เดียวเพียงแค่นั้นที่ยืนขึ้นพร้อมทั้งได้ปฏิเสธการยืนขึ้นของบุคคลอื่นนอกจากเขาและก็นี่เองเป็นการทำให้เกิดเตาฮีดที่แท้จริงกล่าวอีกนัยหนึ่งเตาฮีดไม่อาจเกิดขึ้นได้เว้นเสียแต่ควรมีการปฏิเสธรวมทั้งการรับรองรวมอยู่ร่วมกัน

0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0

จำพวกของเตาฮีดเท่าที่นักวิชาการได้เจาะจงแบ่งได้เป็นสามจำพวก นั่นคือ เตาฮีด อัร-รุบูบียะฮฺ,เตาฮีด อัล-อุลูฮียะฮฺ,และเตาฮีด อัล-อัสมาอ์ วัศ-ศิฟาตการแบ่งข้างต้นได้จากการส ารวจและก็ประมวล พร้อมทั้งการสังเคราะห์อายะฮฺอัลกุรอานแล้วก็หะดีษต่างๆซึ่งพบว่าเตาฮีดที่มีอยู่นั้นรายละเอียดของมันไม่ออกไปจากสามจำพวกนี้ เพราะเหตุนี้ นักวิชาการก็เลยแบ่งเตาฮีดออกเป็นสามจำพวกด้วยกัน

จำพวกของเตาฮีดที่เกี่ยวเนื่องกับอัลลอฮฺ อัซซะวะญัลละ ได้หมายรวมอยู่ในความหมายโดยปกติ คือ การให้เอกภาพตออลลอฮสบหานะฮวะตะอาลาในสงทเปนลกษณะเฉพาะของท่าน นั่นคือมีสามจำพวกร่วมกัน

เตาฮีดอัร-รบบยะฮคือการให้เอกภาพต่ออัลลอฮฺ ตะอาลา สำหรับในการสร้างสรรค์ การมีไว้ในครอบครองกรรมสิทธิ์และก็การบริหารจดการสรรพสิ่งต่างๆสำหรับจำพวกลำดับที่สองคือ เตาฮีด อัล-อลฮยะฮเป็นการให้ความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันแก่อัลลอฮฺ สุบหานะฮู วะตะอาลา สำหรับการท าอิบาดะฮฺ ด้วยการที่มนุษย์จะไม่ยึดสิ่งใดอื่นจากอัลลอฮฺมาท าอิบาดะฮฺและก็สืบหาความสนิทสนมต่อท่าน ราวกับที่เขาท าอิบาดะฮฺต่ออัลลอฮฺ ตะอาลา แล้วก็แสวงหาความสนิทสนมกับท่าน

ส่วนจำพวกลำดับที่สามของเตาฮีดนั้นคือ เตาฮีด อัล-อัสมาอ์ วะอัศ-ศิฟาตเป็น การให้ความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันแก่อัลลอฮฺ สุบหานะองค์การอนามัยโลก วะตะอาลา ดังที่ท่านได้เรียกชื่อด้วยท่านเอง รวมทั้งจากที่ท่านได้สาธยายด้วยท่านเองในหนังสือของท่าน

0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0

credit : UFABET1688

0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0

วัฒนธรรมการกินของคนมุสลิม

วัฒนธรรมการกินของคนมุสลิม
วัฒนธรรมการกินของคนมุสลิม

วัฒนธรรมการกินของคนมุสลิม การเข้าสู่ชุมชนอาเซียน ถ้าหากจะมองดูด้านช่องทางจากการมีประชาชน 60 กว่าล้าน เป็นกว่า 600 ล้านคนโดยเฉพาะอย่างยิ่งพี่น้องชาวอิสลาม พวกเราสามารถที่จะทำกิจกรรมหรือดำรงชีพต่างๆได้อีกมากมาย เพื่อเกิดรายได้เข้าประเทศ รวมทั้ง เป็นรายได้เลี้ยงครอบครัว

หนึ่งในอาชีพที่น่าดึงดูดที่สุดอย่างหนึ่งก็คือ การบริการด้านอาหาร ซึ่งเป็นข้อกำหนดอย่างหนึ่งที่พี่น้องชาวอิสลามในอาเซียน ยังไม่เข้ามาในประเทศไทยเท่าไรนัก เนื่องจากว่าหาอาหารยาก ซึ่งถ้าเกิดพวกเราสามารถปรับพฤติกรรม เปลี่ยนวิธีการให้บริการที่สอดคล้องกับวัฒนธรรมชาวมุสลิมแล้ว จะได้ประโยชน์จากประเด็นนี้เป็นอย่างยิ่ง

คนมุสลิมที่เชื่อในศาสนาอิสลาม มีวัฒนธรรมการกิน ที่เป็นไปตามวิถีชีวิตของชาวอิสลาม เป็นเลือกบริโภคของกินเฉพาะที่มีคุณประโยชน์ต่อสภาพร่างกาย บริโภคของกินที่มีคุณประโยชน์ ซึ่งทั่วๆไปเรียกว่า “ฮาลาล”ยิ่งไปกว่านี้ องค์อัลลอฮ ทรงชี้แนะให้ชาวมุสลิมบริโภคสิ่งที่บำรุงร่างกายได้ เป็นต้นว่า นม น้ำผึ้ง ผลไม้ อาหารทะเล การบริโภคจะต้องอยู่ในอาการสำรวม ไม่ยืนหรือเดินขณะทานอาหาร

ของกินที่ไม่อนุญาตให้ชาวมุสลิมบริโภค เป็น หมู โดยคนมุสลิมมั่นใจว่า หมูเป็นสัตว์สี่เท้าที่ รับประทานอาหารไม่เลือกรวมทั้งเป็นสัตว์ที่มี เชื้อโรคด้านในตัวมากมาย เป็นเชื้อโรคที่ฆ่าให้ตายได้ยาก อย่างไรก็แล้วแต่ถ้าเกิดชาวมุสลิมอยู่ในสถานการณ์ฉุกเฉิน เมื่อสุดวิสัยที่จะหาอาหารใดๆก็ตามได้แล้ว ถ้าไม่กินอาหารอันจะได้ผลสำเร็จต่อชีวิตหรือสุขภาพก็ยินยอมให้บริโภคได้ ส่วนของกินที่เป็นของเมาทุกหมวดหมู่ ดังเช่นว่า สุรา เบียร์สด มีข้อกำหนดอย่างเห็นได้ชัด แม้กระทั้งจะเอามาผสมยารักษาโรคก็จัดว่าทำไม่ได้ และก็การห้ามดังที่กล่าวมาข้างต้นให้รวมทั้งผู้เข้าไปมีส่วนร่วมสำหรับเพื่อการผลิต ตัวแทนจำหน่าย ผู้เสิร์ฟ หรือบริการด้วย

“ของกินชาวมุสลิม” ผู้ที่จะทำกับข้าวจำพวกนี้ควรจะเป็นคนมุสลิมแค่นั้น ที่สำคัญจะต้องปรุงให้ถูกตามหลักข้อกำหนดอิสลาม ไม่ขัดกับข้อบังคับอิสลาม และก็ยังควรมีแนวทางการปรุงที่สะอาด รวมถึงส่วนประกอบก็จะต้องสะอาด หรือไม่ส่อว่าอาจมีเชื้อโรค ของกินยอดฮิตของชาวไทยชาวมุสลิม คือ ข้าวหมกไก่ ซุปเนื้อวัว ข้าวยำ ไก่ฆอและ ก็ของหวาน อาเกาะ โรตีปาแย โรตี มะตาบะ ไม่ว่าจะเป็นเทศกาลรักษาศีลอดหรือเทศกาลอื่น อาทิเช่น ฮารีรายอ , งานสมรส , งานขึ้นบ้านรวมทั้งในประเทศอาเซียนอย่างประเทศมาเลเซีย ก็มีวัฒนธรรมการกินที่คลายกัน ดังเช่น นาซิ เลอมัก (NasiLemak) เป็นในของกินที่ได้รับความนิยมในมาเลเซีย เป็นข้าวผัดกับน้ำกะทิแล้วก็สมุนไพรเสิร์ฟพร้อมทั้งปลากะตักทอด แตงกวาหั่น ไข่ต้มสุกและก็ถั่วอบ

ของหวานก็จะเป็น สะเต๊ะ เป็นของกินที่รู้จักแพร่หลาย นิยมใช้เนื้อโคหรือเนื้อไก่ปิ้งบนเตาถ่าน กินกับน้ำปรุงรสรสชาติหวานหอมเผ็ดแล้วก็เครื่องเคียง ดังเช่นว่า แตงกวา หัวหอมหรือข้าวต้มผูก

ด้วยเหตุดังกล่าวก็เลยสรุปได้ว่า ของกินชาวมุสลิมจะต้องไม่ขัดกับบทบัญญัติของอิสลาม คือ ไม่มีส่วนประกอบที่ต้องห้าม เป็นต้นว่า เนื้อหมู น้ำมันหมู หรือสินค้าอื่นๆจากหมู รวมทั้งเลือดสัตว์ไม่ว่าจำพวกใด ของกินที่มาจากพืชที่เป็นพิษและก็ทำให้เป็นอันตรายทุกหมวดหมู่ และก็ของกินหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หรือมีส่วนประกอบที่เกิดอันตรายทั้งสิ้น ซึ่งสำหรับการไปสู่ชุมชนอาเซียน จะมีพี่น้องคนมุสลิมในขณะที่เป็นคนประเทศไทยเองแล้วก็จากประเทศเพื่อนบ้าน เข้ามาในประเทศไทยเยอะขึ้นเรื่อยๆ การบริการด้านของกิน เป็นเรื่องสำคัญ ถ้าเกิดคนไหนที่พอใจที่จะประกอบธุรกิจการบริการด้านของกิน ก็ทดลองไปศึกษาเล่าเรียนใส่ความรู้กันดู เพราะเหตุว่าแนวทางการทำการค้าขายชนิดนี้จะไปได้หรือเปล่า ขึ้นกับผู้ใช้เป็นผู้เลือก ถ้าเกิดพวกเราทำได้ดีแล้วก็มีมาตรฐานรับประกันเป็นที่น่าไว้วางใจ ช่องทางค้าขายกับพี่น้องชาวอิสลาม ก็จะเป็นไปอย่างราบรื่น

0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0

Cr. UFABET

0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0

เศรษฐกิจพอเพียงกับแนวทางอิสลาม

เศรษฐกิจพอเพียงกับแนวทางอิสลาม
เศรษฐกิจพอเพียงกับแนวทางอิสลาม

เศรษฐกิจพอเพียงกับแนวทางอิสลาม ในคำว่า เศรษฐกิจ นั้นเป็นคำที่เกิดขึ้นมาจากการนำเอาคำ 2 คำมาสนธิกัน คือ คำว่า เศรษฐ- (เสดถะ) ซึ่งเป็นคำวิเศษณ์ คือ ดีงาม, ยอดเยี่ยม, ดีเลิศ, วิเศษ กับคำว่า กิจ (กิด) คือ ธุระ, งาน เพราะฉะนั้นคำว่า “เศรษฐกิจ” ก็เลยคือ งานอันเกี่ยวกับการสร้าง การจำหน่ายแจกจ่าย และก็การบริโภคใช้สอยสิ่งต่างๆของชุมชน (พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2525 หน้า 786)

ซึ่งถ้าหากไตร่ตรองความหมายตามรากศัพท์เดิมก็จะได้ความหมายแบบง่ายๆว่า : งานที่สุดยอด หรืองานที่ดีงาม ซึ่งสื่อความหมายแล้วก็นัยกว้างโดยเกี่ยวข้องถึงการสร้าง การจำหน่ายแจกจ่าย การบริโภคใช้สอยสิ่งต่างๆทั้งยังในส่วนของปัจเจกชนรวมทั้งสังคมโดยรวม

ส่วนคำว่า “เพียงพอ” หรือ “เพียงพอ” เป็นคำที่สื่อความหมายใกล้เคียงกัน คือ หมายความว่า ได้เท่าที่อยากได้ หรือได้เท่าที่กะไว้ หรือ เหมาะสมควรจะในระดับปานกลาง ฉะนั้นความหมายโดยรวมของคำว่า “เศรษฐกิจพอเพียง” ก็เลยมีความนัยระบุที่อยู่ในกรอบวิธีการของอิสลาม ซึ่งยึดทางสายกลางเป็นหลัก ดังมีคำสั่งสอนบอกว่า :

خَيْرُ الأُمُوْرِ أَوْسَطُهَا “ที่ยอดเยี่ยมของธุรกิจการค้าทั้งหลายคือ ตรงกลางของมัน

(รายงานโดยอิบนุ อัสสัมอานีย์-ฎ่ออีฟ)

ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชทานแนวความคิดสำหรับในการดำรงชีพตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เอาไว้แก่ประชากรของท่าน ดังต่อไปนี้

1. ยึดมั่นความประหยัดและมัธยัสถ์ ลดรายจ่ายในทุกด้านลดละความสิ้นเปลืองสำหรับการดำรงชีวิต

2. ยึดมั่นการเลี้ยงชีพด้วยความถูกต้องแน่ใจ ไม่คดโกง

3. ละเลิกการยื้อแย่งผลตอบแทนแล้วก็แข่งขันกันในทางการค้าขายแบบต่อสู้กันอย่างหนัก

4. ไม่อยู่กับที่ที่จะหาทางให้ชีวิตหลุดพ้นจากความลำบาก ด้วยการขวนขวายใฝ่หาวิชาความรู้ให้มีรายได้เพิ่มพูนขึ้น จนกระทั่งขั้นเพียงพอเป็นจุดมุ่งหมายสำคัญ

5. กระทำตนในแนวทางที่เยี่ยม ลดละสิ่งชั่วช้า กระทำตนตามหลักศาสนา

0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0

แนวความคิดสำหรับการดำรงชีวิตตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงวางเอาไว้อีกทั้ง 5 ประการนั้นมีความกลมกลืนกับคำสอนของอิสลาม ซึ่งมีปรากฏอย่างแจ่มแจ้งในคู่มืออัลกุรฺอานรวมทั้งอัล-หะดีษอีกด้วย

0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0

Cr. UFABET

ของกินฮาลาลแล้วก็ฮารอม

ของกินฮาลาลแล้วก็ฮารอม
ของกินฮาลาลแล้วก็ฮารอม

ของกินฮาลาลแล้วก็ฮารอม จุดสำคัญรวมทั้งความหมายของกินฮาลาล

ชาวมุสลิมมีความเชื่อถือว่า “ไม่มีพระผู้เป็นเจ้าอื่นใดเว้นแต่อัลลอฮฺ นบีมูฮัมมัดเป็นผู้สื่อ (รอซูล) ของอัลลอฮฺ” รวมทั้งชาวมุสลิมมีความเชื่ออย่างแน่ใจว่า อัลลอฮฺ เป็นผู้สร้างมนุษย์และก็ทุกสิ่งในจักรวาล ด้วยเหตุผลดังกล่าว คำสั่งของอัลลอฮฺ (อัล-กุรอาน) คำกล่าวอบรมสั่งสอนรวมทั้งตัวอย่างของนบีมูฮัมมัด (ซุนนะห์) ก็เลยเกิดเรื่องที่ชาวมุสลิมควรต้องประพฤติตามด้วยใจจริงแล้วก็เอาจริงเอาจัง พูดอีกนัยหนึ่ง ปฏิบัติในสิ่งที่อนุมัติ (ฮาลาล) และไม่ปฏิบัติในสิ่งที่เป็นข้อที่ไม่อนุญาต (ฮารอม) ด้วยความ เต็มอกเต็มใจแล้วก็ยินดu

ฮาลาล-ฮารอม ในอิสลามก็เลยไม่ได้หมายความเพียงแต่การบริโภคของกินเพียงแค่นั้น แม้กระนั้นเกี่ยวเนื่องถึงวิถีการดำเนิน ชีวิตในทุกด้าน เนื่องจากอิสลามเป็นระบอบที่การดำรงชีวิตของผู้คน ของกินฮาลาล (Halal Food) ก็เลยเป็นสิ่งสำคัญสำหรับชาวมุสลิมสำหรับการบริโภค ส่วนคนที่ไม่ใช่ชาวมุสลิมแม้บริโภคของกินฮาลาลก็จะได้ประโยชน์ต่อร่างกายสิ่งเดียวกันด้วยเหตุว่าของกินฮาลาลต้องมีกรรมวิธีการผลิตที่ถูกตามข้อบังคับที่อิสลามไม่มีของต้องห้าม (ฮารอม) แล้วก็มีคุณค่าทางของกิน (ตอยยิบ) อัลลอฮฺ (ซ.บ) ได้มีบัญชาการเอาไว้ภายในบทที่ 2 วรรคที่ 168 ในคู่มืออัล-กุรอาน ความว่า

“โอ้มนุษย์ จงบริโภคสิ่งที่อนุมัติ (ฮาลาล) ที่ดี (ตอยยิบ) จากสิ่งที่อยู่ในแผ่นดิน และจงอย่าตามบรรดา ก้าวเดินของมาร (ซัยตอน) แท้จริงมันคือศัตรูที่ชัดแจ้งของพวกเจ้า”

และก็อัลลอฮฺ (ซ.บ) ได้สั่งย้ำผู้เลื่อมใสไว้ภายในบทที่ 2 วรรคที่ 172 ความว่า

“โอ้บรรดาผู้ศรัทธา จงบริโภคสิ่งที่เราได้ให้เป็นปัจจัยยังชีพของพวกเจ้าจากสิ่งที่ดีทั้งหลาย และจงขอบคุณ อัลลอฮฺเถิด เฉพาะพระองค์เท่านั้นที่พวกเจ้าจักเป็นผู้เคารพสักการะ”

ของกินฮาลาลก็เลยมีความจำเป็นต่อมนุษย์แล้วก็เป็นเรื่องสำคัญสำหรับชาวมุสลิมทั่วทั้งโลก

0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0

ความหมายของคำ (ภาษาอาหรับ) “ฮาลาล ฮารอม ตอยยิบ มัสบุฮฺ”

• ฮาลาล (Halal) หมายความว่า อนุมัติ, อนุญาต

• ฮารอม (Haram) มีความหมายว่า ห้าม ตรงกันข้ามกับคำว่า ฮาลาล

• ตอยยิบ (Toyyib) หมายความว่า ดี มีคุณค่า ไม่มีอันตราย

• มัสบุฮฺ (Musbuh) หมายความว่า แคลงใจสงสัยว่าฮาลาลหรือฮารอม UFABET

0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0

การแพร่หลายของศาสนาอิสลามในออสเตรีย

การแพร่หลายของศาสนาอิสลามในออสเตรีย
การแพร่หลายของศาสนาอิสลามในออสเตรีย

การแพร่หลายของศาสนาอิสลามในออสเตรีย ความฝันอันดีเยี่ยมของชาวมุสลิมในยุโรป (อัลอิสลาม อัล-เยาวฺม์)

ในระหว่างที่การรณรงค์ในเชิงปรปักษ์กำลังเป็นไปอย่างเข้มข้น การแบ่งแยกเชื้อชาติและก็การตัดทอนต่อความอิสระทางศาสนาที่ปฏิบัติกับชนหมู่น้อยชาวอิสลามกำลังมากขึ้นในกลุ่มประเทศในทวีปยุโรป ไม่ว่าจะเป็นประเทศฝรั่งเศส อิตาลี ฮอลแลนด์ หรือ เบลเยียม กระนั้นลำแสงที่รัศมีของอิสลามก็ปรากฏขึ้นในแผ่นฟ้าของประเทศออสเตรีย ซึ่งเป็นประเทศของผู้ถือในศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิกจำนวนมาก

ผลจากการสำรวจสถิติอย่างเป็นทางการของออสเตรียระบุว่ามีอัตราสามัญชนที่มุ่งสู่การยินยอมรับเชื่อในศาสนาอิสลามมากขึ้นเรื่อยๆอย่างไม่เคยมีมาก่อนในประเทศนี้ แล้วก็มีอัตราการออกจากศาสนาคริสต์มากเพิ่มขึ้นอีกด้วย

ปริมาณสามัญชนของชาวมุสลิมในออสเตรียตามสถิติที่เผยแพร่ในปี ค.ศ. 2005 บอกว่ามีคนมุสลิมในออสเตรียราว 400,000 คน คิดเป็น 4% ของปริมาณสามัญชนในทวีปยุโรปโดยรวม ผลที่ได้รับจากการสำรวจปัจจุบันยังระบุอีกว่า มีชาวคริสต์ชนชาติออสเตรียราว 5 แสนคนได้เห็นด้วยเชื่อในศาสนาอิสลามในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา นอกจากมีปริมาณคนรับอิสลามเพิ่มขึ้นเรื่อยๆแต่ละวัน

คนกลุ่มน้อยชาวอิสลามในประเทศออสเตรียได้รับการยินยอมรับจากทางการของออสเตรียมาเป็นเวลาหลายทศวรรษแล้ว และก็ทางการของออสเตรียก็อนุญาตให้สอนวิชาอิสลามศึกษาเล่าเรียนในสถานศึกษาของรัฐบาลที่อยู่ในเขตพื้นที่ซึ่งมีชาวมุสลิมอาศัยอยู่หนาแน่น และก็เมื่อเร็วๆนี้ได้มีการวางศิลาพื้นฐานของมัสยิดและก็ศูนย์กลางอิสลามในเมือง “กราติส” ของออสเตรียเพื่อเป็นที่ระลึกนึกถึงครบรอบ 100 ปีที่การยอมรับศาสนาอิสลามอย่างเป็นทางการของออสเตรียอีกด้วย

สถาบัน ซี อินเตอร์เนชันแนล ของประเทศเบลเยี่ยมซึ่งเป็นหน่วยงานที่ใหญ่ที่สุดในด้านการสำรวจสถิติสากลของยุโรป เผยข้อมูลสถิติปริมาณผู้เชื่อในศาสนาอิสลามในยุโรประหว่าง ปี ค.ศ. 2010-2011 ว่ามีปริมาณมากขึ้น 17% นับว่าเป็นสถิติการขยายตัวของอิสลามในยุโรปสูงที่สุดเท่าที่มีการบันทึกเอาไว้

ผลที่ได้รับจากการสำรวจสถิติดังที่ได้กล่าวผ่านมาแล้ว ทำให้ปริมาณสามัญชนของชาวอิสลามมีจำนวนถึง 23 ล้านคน จากสามัญชนใน 19 ประเทศที่เป็นสมาชิกสหภาพยุโรป ดังนี้ไม่นับรวมจำนวนสามัญชนชาวมุสลิมอีก 7 ล้านผู้ที่ไม่มีเอกสารสำคัญคนต่างด้าวอย่างเป็นทางการ

ดังนี้มีปัจจัยหลัก 4 ประการที่ทำให้ศาสนาอิสลามมีความแพร่หลายแล้วก็มีจำนวนสามัญชนชาวมุสลิมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆในกลุ่มประเทศในทวีปยุโรปในตอนหลังมานี้ เป็น ความเชื่อถือในอิสลาม ภูมิศาสตร์ประชากร ความรู้สึกร่วมในด้านประวัติศาสตร์ แล้วก็วัฒนธรรมอิสลามที่กำลังรุกอยู่ในภูมิภาคยุโรปในขณะนี้ กอรปกับยุโรปกำลังเจอปัญหาความเสื่อมถอยในด้านศาสนาที่เป็นเปรียบเสมือนการล่มสลายของศาสนาคริสต์อันมีต้นเหตุที่เกิดจากการไม่ยอมรับความเลื่อมใสงทางศาสนาของคนยุโรปที่มากเพิ่มขึ้น

0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0

ศูนย์ไบโอเพื่อการศึกษาเรียนรู้และค้นคว้าและทำการวิจัยศาสนาและก็คุณภาพชีวิตของอเมริกา ได้เผยข้อมูลการสำรวจสถิติปริมาณสามัญชนชาวมุสลิมทั้งโลกว่า อีก 20 ปีด้านหน้าปริมาณพลเมืองชาวมุสลิมทั้งโลก UFABET จะมากขึ้นเป็น 35% แล้วก็ในยุโรปจะมากขึ้นอีก 2% เป็นขั้นต่ำ เฉพาะในประเทศฮอลแลนด์จะมีปริมาณสามัญชนชาวมุสลิม 1,300,000 คน ในปี ค.ศ. 2030 คิดเป็น 7.8% จากปริมาณสามัญชนโดยรวมของฮอลแลนด์

0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0

การผูกขาดของอิสลามสู่การค้าเสรีของชาติยุโรป

การผูกขาดของอิสลามสู่การค้าเสรีของชาติยุโรป
การผูกขาดของอิสลามสู่การค้าเสรีของชาติยุโรป

การผูกขาดของอิสลามสู่การค้าเสรีของชาติยุโรป กาแฟได้ไปสู่ยุโรปครั้งแรกในตอนศตวรรษที่ ๑๖ ผ่านเชิงพาณิชย์ขายระหว่างเวนิสกับแอฟริกาเหนือ อียิปต์ รวมทั้งดินแดนในตะวันออกกลาง แต่ว่าในระยะแรกของการรับทราบเรื่องเกี่ยวกับกาแฟนั้น ยังคงจำกัดขอบเขตอยู่แม้กระนั้นเฉพาะทางด้านวิชาพฤกษศาสตร์และก็การแพทย์ โดยใช้เพื่อสำหรับในการรักษาลักษณะของการปวดตา หูหนวก เมื่อย แล้วก็โรคลักปิดลักเปิด อีกทั้งชาวยุโรปที่อยู่ฝ่ายเดียวกับศาสนจักรยังมีความคิดเห็นว่า กาแฟเป็นเครื่องดื่มของอสุรกายที่ลงโทษพวกชาวมุสลิมไม่ให้สามารถกินไวน์อันเป็นเครื่องดื่มศักดิ์สิทธิ์ของชาวคริสต์ได้ จนตราบเท่าถึงตอนต้นศตวรรษที่ ๑๗ ทางศาสนจักรก็ได้มีการระบุสถานะของกาแฟขึ้น พระสันตะปาปาเคลเมนต์ที่ ๘ (C l e m e n t VIII) ได้สารภาพเครื่องดื่มนี้ภายหลังที่ได้ลิ้มรสแบบอย่างกาแฟที่พ่อค้าชาวเวนิสจัดหามาให้ ทำให้กาแฟเริ่มเปลี่ยนเป็นเครื่องดื่มที่แพร่หลายขึ้นแต่ว่ายังมีหน้าที่ทางด้านสังคมกับอำนาจอยู่น้อย จวบจนกระทั่งผู้แทนการทูตจากออตโตมันได้เดินทางไปยังประเทศฝรั่งเศสในปี ค.ศ. ๑๖๖๕ รวมทั้ง ๑๖๖๖ กับการชงเครื่องดื่มนี้แจกจ่ายให้แขกคนยุโรปในงานกลางคืนสมาคมที่หรูหราแห่งหนึ่งในกรุงปารีส

ร้านขายกาแฟที่แรกได้เกิดขึ้นในอิตาลีในปี ค.ศ. ๑๖๔๕ ในอังกฤษตอนราวทศวรรษ ๑๖๕๐ แล้วก็ในอัมสเตอร์ดัมทศวรรษ ๑๖๖๐ ซึ่งค๊อฟฟี่ช็อปแบบยุโรปนี้ได้เปลี่ยนแปลงภาพลักษณ์บรรยากาศของร้านขายกาแฟแบบอิสลามที่เป็นเปรียบเสมือนแหล่งมั่วสุมเป็นสถานที่งดงามแล้วก็เป็นทางการ นอกเหนือจากการเป็นสถานที่ดื่มกาแฟแล้ว ค๊อฟฟี่ช็อปยังเป็นเครื่องหมายของยุคสมัยใหม่อีกทั้งการบ้านการเมือง เศรษฐกิจ และก็สังคม พูดอีกนัยหนึ่ง ในตอนยุคศตวรรษนี้ ได้กำเนิดการเปลี่ยนแปลงอีกทั้งทางด้านการเมืองที่มีการเปลี่ยนแปลงไปสู่ระบอบลัทธิเสรีนิยม ระบบเศรษฐกิจที่แปลงจากการผูกขาดกิจการค้าโดยราชสำนักเป็นระบบการค้าเสรีระบบทุนนิยม แล้วก็สภาพสังคมที่เป็นสมัยที่เหตุผลและก็ความคิด ดังจะมองเห็นได้จากการที่ร้านขายกาแฟต่างๆเป็นแหล่งพบปะของคนเรานานาประการอาชีพ ได้แก่ ค๊อฟฟี่ช็อปแถบถนนหนทางเซ็นต์เจมส์และก็เวสมินสเตอร์จะเป็นแหล่งรวมตัวด้านการเมือง ค๊อฟฟี่ช็อปเกรเชียนเป็นร้านค้ารวมกันของผู้พึงพอใจวิทยาศาสตร์ ค๊อฟฟี่ช็อปบริเวณถนนหนทางรอยัลเอ็กซ์ศาสนาเชนจ์เป็นแหล่งรวมนักธุรกิจ๔ แล้วก็เป็นสถานที่จุดชนวนความเคลื่อนไหวทางด้านต่างๆอย่างการพิมพ์หนังสือปรินซิเพียพิสูจน์แนวความคิดการโคจรของดวงดาวของไอแซค นิวตัน ที่ได้เปลี่ยนเป็นฐานรากของวิทยาศาสตร์ฟิสิกส์ยุคใหม่จากการคุยกันภายในค๊อฟฟี่ช็อปเซ็นต์ดันสแตน การเปลี่ยนแปลงการคลังกิจการค้าเป็นระบบระบบทุนนิยมจากหนังสือ ความร่ำรวยของชาติŽ ที่เขียนโดย อดัม สมิท จากการเรียบเรียงในค๊อฟฟี่ช็อป การเปลี่ยนแปลงประเทศฝรั่งเศสที่เกิดขึ้นมาจากการปลุกระดมของ การ์มิล เดส์มูแลง หน้าร้านขายกาแฟเดอฟอย รวมทั้งยังเป็นจุดความเคลื่อนไหวการดื่มกาแฟอีกด้วย

ถึงแม้เครื่องดื่มกาแฟที่ชาวยุโรปดื่มในตอนแรกจะเป็นชนิดเดียวกันกับที่พวกชาวมุสลิมดื่ม รวมทั้งสถานะของกาแฟยังคงมีการรับทราบในรูปแบบของยารักษาโรคเป็นหลัก แม้กระนั้นเมื่อกองทัพออตโตมันล้มเหลว ความเพียรพยายามสำหรับการปิดล้อมเมืองเวียนนาในปี ค.ศ. ๑๖๘๓ ทำให้ชัยคราวนี้ไม่เพียงแค่เป็นการแสดงถึงจิตวิญญาณการต่อสู้ของคนเมืองเวียนนา แต่ว่ายังได้เปลี่ยนแปลงรูปแบบของกาแฟแบบเดิมด้วย เจ้าของร้านกาแฟในเวียนนา เกออร์ก คอลชิตสกี (G e o r g K o l s h i t s k i) ได้เปลี่ยนแปลงขั้นตอนการปรุงกาแฟแบบเตอร์กิช คอฟฟี่ (T u r k i s h C o f f e e) ที่ข้นเหนียวหนืดเสมือนโคลน โดยการกรองเอากากกาแฟออก ทำให้กาแฟเหลวเป็นน้ำ รวมทั้งเติมน้ำผึ้งกับนมลงไป การริเริ่มเปลี่ยนการปรุงกาแฟครั้งนี้ได้แพร่ไปทั่วทั้งยังยุโรปผ่านทางพ่อค้าหลายชาติทั้งยังพ่อค้าชาวกรีก เลบานอน อาร์เมเนียน รวมทั้งพ่อค้าชาวคริสต์อื่นๆทำให้มีอาการชาวยุโรปหลายประเทศคิดค้นการปรุงกาแฟขึ้นมากมายหลากหลายแนวทางอีกทั้งการชง การคั่ว รวมทั้งการผสมกาแฟ เช่น เอสเปรสโซ (E s p r e s s o) ซึ่งเป็นกาแฟดำข้นแบบเร่งด่วนตามชื่อ กาแฟที่โรยผิวหน้าด้วยฟองนมอย่างคาปูชิโน (C a p p u c c i n o) หรือคาเฟ่ โอ เลต์ (C a f e a u l a i t) U F A B E T ที่เป็นกาแฟใส่นม ฯลฯ

0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0

เนียตอาบน้ำหลังมีเพศสัมพันธ์

เนียตอาบน้ำหลังมีเพศสัมพันธ์
เนียตอาบน้ำหลังมีเพศสัมพันธ์

เนียตอาบน้ำหลังมีเพศสัมพันธ์ อิสลามให้มีข้อบังคับให้มี การอาบน้ำเพื่อชำระฮะดัสใหญ่ อันตัวอย่างเช่น การมีญะนาบะฮฺ การมีเมนส์ หลังคลอดลูก หลังมีเพสสัมพันธ์ หลังมีน้ำอสุจิเคลื่อน หลังการคลอดลูก แล้วก็เกี่ยวกับจะปฎิบัติศาสนกิจบางสิ่งบางอย่าง ดังเช่นว่า อาบน้ำวันศุกร์ แล้วก็ก่อนที่จะครอบครองเอี๊ยะรอมในพิธีฮัจญ์ฯลฯ

ลืมอาบน้ำยกหะดัษ หลังมีเซ็กส์ ละหมาดใช้ได้ไหม?

กรรมวิธีการ เนียตอาบน้ำหลังมีเพศสัมพันธ์

ขั้นตอนการเนียต (ตั้งเป้าหมาย,คิดในใจ) ที่สำคัญเจตนาอาบน้ำอะไร

แบบอย่างเนียตอ่าบน้ำหลังหมดประจำเดือน ให้เนียตว่า “ข้าพเจ้าอาบน้ำยกฮาดัษใหญ่ฟัรดูเฮด เพื่ออัลลอฮ์”

(ฟัรดู – อันเป็นข้อบัญญัติจำเป็นต้องทำ) (เฮด -ประจำเดือน)

(ฮาดัษใหญ่ – ชำระล้างครั้งใหญ่ / ฮาดัษเล็ก – ชำระล้างแบบเล็ก ซึ่งก็คืออาบน้ำละหมาด

เนียตอาบน้ำหลังร่วมเพศ ให้เนียตว่า “ข้าพเจ้าอาบน้ำยกฮาดัษใหญ่หลังร่วมเพศ เพื่ออัลลอฮ์” เท่านี้ก็ใช้ได้

แนวทางอาบน้ำข้างหลังร่วมเพศ มีขั้นตอนดังต่อไปนี้

  1. เริ่มด้วยการกล่าวบิสมิ้ลลาฮฺ
  2. ล้างมือทั้งสองข้างพร้อมกัน
  3. ล้างทวารทั้งคู่ให้สะอาดด้วยมือซ้าย
  4. เริ่มกระทำอาบน้ำละหมาด
  5. ล้างมือทั้งสองข้าง 3 ครั้ง
  6. เอามือขวาวักน้ำใส่ปากครั้งหนึ่งเหลือไว้บางส่วนสูดเข้าจมูก ส่วนที่อยู่ในปากให้กลั้วปากแล้วก็คอ บ้วนทิ้ง ทำแบบนี้ 3 ครั้ง
  7. ล้างบริเวณใบหน้าให้ทั่ว 3 ครั้ง
  8. ล้างแขนด้านขวาถึงศอก 3 ครั้ง
  9. ล้างแขนซ้ายถึงศอก 3 ครั้ง
  10. เอามือทั้งคู่จุ่มลงในน้ำเช็ดถูศีรษะ 1 ครั้ง
  11. เอาน้ำราดศีรษะ รวมทั้งขยี้ผมให้เปียกชุ่ม ให้ทั่วถึงหนังศีรษะ
  12. เอาน้ำรดศีรษะ 3 ครั้ง
  13. เอาน้ำรดร่างกายทางด้านขวา พร้อมใช้มือถามผิวหนังเพื่อกำจัดเช็ดสิ่งสกปรกต่างๆ
  14. เอาน้ำรดร่างกายทางด้านซ้าย พร้อมใช้มือถามผิวหนังเพื่อกำจัดเช็ดสิ่งสกปรกต่างๆ
  15. ล้างเท้าขวา 3 ครั้ง
  16. ล้างเท้าซ้าย 3 ครั้ง

ภายหลังอาบน้ำยกฮะดัสรวมทั้งสามารถละหมาดได้ ไม่มีความจำเป็นที่ต้องอาบน้ำละหมาดอีก

“ท่านร่อซูล ศอลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ไม่ได้อาบน้ำละหมาดอีกทีภายหลังอาบน้ำยกฮะดัสแล้ว” บันทึกโดยนักบันทึกฮะดีษทั้งยังห้า (อัตติรฺซีย์ ,อันนะซาอีย์,อิบนุมาญะฮฺ อบูดาวูด, อะหมัด)

0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0

การอาบน้ำญะนาบะฮ์ เป็น การอาบน้ำเพื่อชำระฮะดัษใหญ่อันมีเหตุมาจากการมีน้ำอสุจิเคลื่อนออกมาทั้งปวงศหญิงและก็ชาย U F A B E T ไม่ว่าจะด้วยกรณีหรือเหตุผลใดก็ตาม อย่างเช่น การฝัน,การร่วมเพศ,การสำเร็จความปรารถนา อื่นๆอีกมากมาย

0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0

นายิส

นายิส
นายิส

นายิส คืออะไร พร้อมแนวทางอาบน้ำนายิส ที่ถูกต้อง

อันนะญาซะฮฺ เป็นสิ่งสกปรกที่ชาวมุสลิมจำเป็นที่จะต้องกำจัดให้สะอาดบริสุทธิ์แล้วก็จำเป็นต้องชำระล้างให้สะอาดบริสุทธิ์ ตัวอย่างเช่น อุจจาระ ปัสสาวะ

สิ่งสกปรก (นะญิส) แบ่งได้ 2 จำพวก เป็น

  1. สิ่งสกปรกที่สัมผัสได้ (สิ่งที่เป็นรูปธรรม)
  2. สิ่งสกปรกที่สัมผัสไม่ได้ (สิ่งที่เป็นนามธรรม)

สิ่งสกปรกที่สัมผัสได้ (สิ่งที่เป็นรูปธรรม) มีหลายอย่างร่วมกันอย่างเช่น

  1. อุจจาระ ปัสสาวะของคนเรา

เว้นเสียแต่ปัสสาวะของเด็กผู้ชายที่ยังมิได้กินสิ่งใดเว้นแต่นม วิธีการทำความสะอาดโดยการประพรมน้ำลงบนปัสสาวะแล้วเช็ดถูออกนับว่าเพียงพอแล้ว

มีรายงานจากท่านอาลี รอฎิยัลลอฮุอันฮุ ว่า ท่านรอซูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม บอกว่า

بَوْلُ الْغُلاَمِ يَنْضَحُ عَلَيْهِ وَبَوْلُ الْجَارِيَةِ يُغْسَلُ

ความว่า : ปัสสาวะของเด็กผู้ชายนั้นให้ใช้น้ำประพรมแล้วก็ปัสสาวะของเด็กผู้หญิงนั้นให้ใช้น้ำล้าง(บันทึกโดย อะฮฺหมัด)

  • น้ำลายหมา

มีรายงานจากท่านอบีฮุรอยเราะฮฺ รอฎิยัลลอฮุอันฮุว่า ท่านนบีมุฮัมหมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้บอกว่า

طَهُوْرُ إِنَاءِأَحَدِكُمْ إِ ذَا وَلَغَ فِيْهِ الْكَلْبُ أَنْ يَغْسِلَهُ سَبْعَ مَرَّاتٍ أُوْلاَهُنَّ بِالتُّرَابِ

ความว่า : ต้องชำระล้างภาชนะของพวกท่านที่ถูกหมาเลีย ด้วยการล้างด้วยน้ำ 7 ครั้ง โดยหนแรกนั้นให้ล้างด้วยน้ำดิน(บันทึกโดยอัลบุคอรียฺและชาวมุสลิม)

  • เลือดรอบเดือน
  • เนื้อสุกร (หมู)
  • ซากสัตว์ตายโดยไม่ได้เชือดเว้นเสียแต่ปลากับตั๊กแตน

รายงานจากท่านอิบนิอุมัร รอฎิยัลลอฮุอันฮุมา ว่า ท่านนบีมุฮัมหมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้บอกว่า

أُحِلَّتْ لَنَامَيْتَتَانِ وَدَمَانِ فَأَمَّاالْمَيْتَتَانِ فَالْجَرَادُوَالْحُوْتُ وأَمَّاالدَّمَانِ فَالطِّهَالُ وَالْكَبِدُ

ความว่า : มีสัตว์ที่ตายเอง 2 จำพวก รวมทั้งเลือด 2 ประเภทที่อนุญาตให้พวกเรากินได้ สัตว์ที่ตายเอง 2 จำพวก เป็น ตั๊กแตนแล้วก็ปลา เลือด 2 ประเภทนั้นเป็นม้ามรวมทั้งตับ.

บันทึกโดย อะฮฺหมัดแล้วก็อิบนุมาญะฮฺ

  • เลือดที่ไหลออกมาขณะเชือด ดังเช่นว่าเลือดไก่ หรือเลือดโค

อัลลอฮฺทรงบอกในซูเราะฮฺอัลอันอาม อายะฮฺที่ 1 4 5 ว่า

قُلْ لاَ أَجِدُ فِي مَا أُوْحِيَ إِلَيَّ مُحَرَّمًا عَلَى طَاعِمٍ يَطْعَمُهُ إِلاَّ أَنْ يَكُوْنَ مَيْتَةً أَوْ دَمًا مَسْفُوْحًا أَوْ لَحْمَ خِنْزِيْرٍ فَإِنَّهُ رِجْسٌ

ความว่า : มุฮัมหมัด ควรกล่าวเถิดว่า ฉันไม่เจอข้อบังคับที่ถูกประทานลงมาให้แก่ฉันที่เป็นเรื่องต้องห้ามแก่ผู้บริโภค ที่จะบริโภคได้นอกเหนือจากซากสัตว์ตาย

หรือเลือดที่ไหลออกมาขณะเชือด หรือเนื้อหมูโดยความเป็นจริงมันนั้นเปรอะเปื้อน

  • ปัสสาวะรวมทั้งมูลสัตว์ที่เนื้อของมันรับประทานมิได้ อาทิเช่น แมว เสือ

มีรายงานจากท่านอิบนิ มัสอู๊ด รอฎิยัลลอฮุอันฮุ บอกว่า ท่านร่อซูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ออกไปถ่ายทุกข์ ท่านใช้ให้ฉันเอาหินมาสามก้อน ฉันหาหินมาได้สองก้อน ฉันเพียรพยายามหาก้อนที่สามแต่ว่าฉันหาไม่เจอ ฉันก็เลยเอามูลสัตว์แห้งไปให้

ท่านเอาหินสองก้อนแล้วโยนมูลสัตว์แห้งทิ้งไปรวมทั้งบอกว่า อันนี้เป็นสิ่งสกปรก

บันทึกโดยอัลบุคอรียฺ และก็อิบนุมาญะฮฺ

* ส่วนปัสสาวะแล้วก็มูลสัตว์ที่เนื้อของมันกินได้ ได้แก่ ไก่ เป็ด โค ดังที่กล่าวมาแล้วนี้ไม่เป็นนะญิส

สิ่งสกปรกที่สัมผัสไม่ได้ (สิ่งที่เป็นนามธรรม)

เป็นบรรดาผู้ตั้งภาคีต่ออัลลอฮฺ เพราะว่าภาวะจิตใจของเขาสกปรก เพราะว่าบูชาเจว็ดต่างๆไม่ใช่สกปรกทางร่างกาย

อัลลอฮฺทรงบอกในซูเราะฮฺอัตเตาบะฮฺ อายะฮฺที่ 2 8 ว่า

إِنَّمَا الْمُشْرِكُوْنَ نَجَسٌ

ความว่า : โดยความเป็นจริงบรรดาผู้ตั้งภาคีต่ออัลลอฮฺนั้นสกปรก U F A B E T

0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0

พหุวัฒนธรรมของโลกมุสลิม

พหุวัฒนธรรมของโลกมุสลิม
พหุวัฒนธรรมของโลกมุสลิม

พหุวัฒนธรรมของโลกมุสลิม ในสังคมนิยม

สังคม หมายความว่า คนจำนวนหนึ่งที่มีความเกี่ยวข้องต่อเนื่องกันตามข้อกำหนดกฏเกณฑ์ โดยมีเป้าหมายเดียวกัน

พหุ หมายความว่า มากมาย, มากยิ่งกว่าหนึ่ง, นานาประการ

วัฒนธรรม ซึ่งก็คือ สิ่งที่ทำให้เติบโตแก่หมู่คณะ, วิถีชีวิตของหมู่คณะ ทางวิทยาการ คือ การกระทำและก็สิ่งที่คนภายในกลุ่มผลิตทำขึ้นด้วยการเรียนรู้จากกันและก็กัน และก็ร่วมใช้อยู่ในกลุ่มพวกของตัวเอง

สังคมพหุวัฒนธรรม ก็เลยหมายความว่า ชุมชนที่มีความเชื่อมโยงแล้วก็ความเชื่อมโยงในระหว่างกันโดยชุมชนนั้นมีวิถีชีวิตของกลุ่มของผู้คนที่หลากหลาย มีการแลกแล้วก็ศึกษาความงอกงามในระหว่างกัน ตลอดจนมีส่วนร่วมสำหรับการสร้างสรรค์ การใช้สอยแล้วก็มีจุดหมายสำคัญด้วยกัน

อัลกุรอาน : องค์ความรู้

คัมภีร์อัล-กุรอาน เป็นพระดำรัสของท่านอัลลอฮฺ ซึ่งประกาศว่ามนุษยชาติมีต้นกำเนิดจากอาดัมรวมทั้งหะวาอฺผู้เป็นปฐมของเชื้อสายมนุษย์ซึ่งแพร่ขยายไปทั่วแผ่นดินโลก รวมทั้งเปลี่ยนเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ที่นานัปการ แล้วก็ความหลากหลายของเชื้อชาติมนุษย์เป็นบ่อเกิดของพหุวัฒนธรรม เมื่อความเจริญทางด้านสังคมของผู้คนมีความเจริญรุ่งเรืองและก็มีการแผ่กว้างเพิ่มขึ้นเรื่อยๆเป็นลำดับโดยจุดหมายสำหรับการกำหนดให้มีความหลากหลายของกลุ่มชาติพันธุ์แล้วก็พหุวัฒนธรรมเป็นการศึกษาซึ่งกันและกัน ดังนี้ การเรียนซึ่งกันและกันในระหว่างเชื้อสายของคนเราซึ่งต่างประเทศชนิด ต่างวัฒนธรรม และก็ต่างวิถีการดำรงชีวิตจะเกิดขึ้นอย่างเป็นสิ่งที่เป็นรูปธรรมและก็ประสบผลสำเร็จได้ตามความตั้งใจของพระผู้ทรงสร้าง ต้องมีส่วนประกอบดังต่อไปนี้

(1) องค์ความรู้ (มะอฺริฟะฮฺ) เกี่ยวกับความมากมายของพหุวัฒนธรรมซึ่งมีต้นเหตุที่เกิดจากความหลากหลายของเชื้อชาติแล้วก็วิวัฒนาการของสังคมมนุษย์

(2) การยอมรับ (อัล-อิอฺติรอฟ) ในความมากมายหลายรวมทั้งความไม่เหมือนของกลุ่มวัฒนธรรมในความเป็นเชื้อสายที่มีความแตกต่างในด้านกายภาพ (ญิสมานียฺ) และก็จิตภาพ (รูหานียฺ)

(3) ขนบประเพณีรวมทั้งจารีต (อัล-อุรฟ์) ของแต่ละกลุ่มวัฒนธรรมซึ่งมีความก้าวหน้าในด้านสังคม เศรษฐกิจ แล้วก็การบ้านการเมืองการปกครอง ตลอดจนวิถีการดำรงชีวิตของมนุษย์ในแต่ละกลุ่มวัฒนธรรม อันเป็นรายละเอียดสำหรับการทำความเข้าใจ กระบวนการทำความรู้ความเข้าใจ รวมทั้งการแล้วก็เปลี่ยนแปลงในระหว่างกัน

(4) วิธีการทำความรู้จักในระหว่างกัน (อัต-ตะอารุฟ) โดยผ่านขั้นตอนการความเกี่ยวข้องในเชิงบวกรวมทั้งการผลิตสรรค์ ตลอดจนการถักสนทนาแบบสันติวิธี ส่วนประกอบทั้งยัง 4 ประการถูกประมวลอยู่ในถ้อยความที่ว่า “เพื่อที่สูเจ้าจะได้ศึกษาแล้วก็ทำความรู้จักซึ่งกันและกัน” ตามที่อัล-กุรอานได้บอกว่า:

﴾ يَـٰٓأَيُّهَا ٱلنَّاسُ إِنَّا خَلَقْنَـٰكُم مِّن ذَكَرٍ وَأُنثَىٰ وَجَعَلْنَـٰكُمْ شُعُوبًا وَقَبَآئِلَ لِتَعَارَفُوٓا۟ ۚ إِنَّ أَكْرَمَكُمْ عِندَ ٱللَّـهِ أَتْقَىٰكُمْ ﴿

الحجرات : ١٣

﴾ لِكُلٍّۢ جَعَلْنَا مِنكُمْ شِرْعَةً وَمِنْهَاجًا ۚ وَلَوْ شَآءَ ٱللَّـهُ لَجَعَلَكُمْ أُمَّةً وَٰحِدَةً وَلَـٰكِن لِّيَبْلُوَكُمْ فِى مَآ ءَاتَىٰكُمْ ۖ فَٱسْتَبِقُوا۟ ٱلْخَيْرَٰتِ ۚ إِلَى ٱللَّـهِ مَرْجِعُكُمْ جَمِيعًا فَيُنَبِّئُكُم بِمَا كُنتُمْ فِيهِ تَخْتَلِفُونَ ﴿

المائدة : ٤٨

ในอิสลามมีคำสอนที่บ่งบอกถึงการยินยอมรับไม่เหมือนกันและก็ความมากมายในเชิงพหุวัฒนธรรมอีกทั้งในด้านกายภาพ ความประพฤติ ความเลื่อมใส แล้วก็วิถีการดำรงชีวิตของมนุษย์ซึ่งทั้งปวงเป็นเชื้อสายของอาดัม (อะลัยฮิสลาม)

﴾ وَمِنْ ءَايَـٰتِهِۦ خَلْقُ ٱلسَّمَـٰوَٰتِ وَٱلْأَرْضِ وَٱخْتِلَـٰفُ أَلْسِنَتِكُمْ وَأَلْوَٰنِكُمْ ۚ إِنَّ فِى ذَٰلِكَ لَـَٔايَـٰتٍ لِّلْعَـٰلِمِينَ ﴿

الروم : ٢٢

ความต่างของภาษาที่ประชากรโลกใช้สำหรับเพื่อการติดต่อสื่อสารในแบบต่างๆและก็ความมากมายของสีผิวเป็นความจริงทางกายภาพที่รับรู้กันและไม่มีใครไม่ยอมรับความเป็นจริงนี้ได้ เมื่อสามัญชนโลกมีสีผิวรวมทั้งภาษาแตกต่างกัน วัฒนธรรมรวมทั้งวิถีของการดำรงชีพจึงมีความต่างกัน อิสลามก็เลยเห็นด้วยความจริงดังที่กล่าวมาข้างต้น รวมทั้งนับว่าความต่างของภาษาและก็สีผิวเป็นสัญญาณที่บ่งชี้ถึงมหิทธานุภาพและก็พระปรีชาญาณของท่านอัลลอฮฺพระผู้ทรงสร้าง

﴾ وَلَوْ شَآءَ رَبُّكَ لَجَعَلَ ٱلنَّاسَ أُمَّةً وَٰحِدَةً ۖ وَلَا يَزَالُونَ مُخْتَلِفِينَ ﴿

هود : ١١٨

﴾ لَآ إِكْرَاهَ فِى ٱلدِّينِ ۖقَد تَّبَيَّنَ ٱلرُّشْدُ مِنَ ٱلْغَىِّ ﴿  البقرة

0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0

ขอขอบคุณบทความดี ๆ จาก U F A B E T

การวางรากฐานของรัฐในอิสลาม

การวางรากฐานของรัฐในอิสลาม
การวางรากฐานของรัฐในอิสลาม

การวางรากฐานของรัฐในอิสลาม อุบัติการณ์ที่อิสลามในสมัยสุดท้ายเริ่มขึ้นด้วยการรับวะหียฺ (วิวรณ์) ของท่านนบีมุฮัมมัด จากท่านอัลลอฮฺ ผ่านท่านญิบรีล (อ.ล.) ณ ถ้ำหิรออฺ เหนือยอดดอยอัน-นู๊ร แล้วก็การประกาศศาสนาอิสลามแก่ราษฎรมักกะฮฺ ในปีคริสต์ศักราช 6 1 0 ขณะท่านนบีมุฮัมมัด มีอายุได้ 4 0 ปี

การประกาศศาสนา ณ นครมักกะฮฺเป็นไปอย่างลับๆในขั้นแรกราว 3 ปี โดยเป็นไปอย่างรอบคอบรวมทั้งเลี่ยงการเผชิญหน้ากับพวกกุรอยช์ซึ่งมีอิทธิพลในนครมักกะฮฺ กลุ่มสาวกรุ่นแรกที่เชื่อถือต่อท่านนบีพระมุฮัมมัด จะเป็นญาติสนิทเพื่อนพ้องแล้วก็บุคคลในครอบครัวของท่าน

กระทั่งมีผู้เข้ารับอิสลามทั้งยังบุรุษรวมทั้งสตรีเกินกว่า 3 0 คน ก็เริ่มมีการรวมกลุ่มภายในบ้านของอัล-อัรฺก็อม อิบนุ อบีอัล-อัรก็อมเพื่อศึกษาคำสั่งสอนของอิสลามผ่านโองการอัล-กุรอานที่ท่านนบีมูฮัมมัด ได้เอามาประกาศแล้วก็อ่านให้เหล่าสาวกภายในบ้านหลังนั้นได้รับฟังและก็ทำความเข้าใจ ผลพวงจากการประกาศศาสนาอย่างลับๆในตอน 3 ปีแรกทำให้มีกลุ่มสาวกมากขึ้นเกือบจะ 4 0 คน อีกทั้งชายแล้วก็สตรี ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้อดอยาก ข้ารับใช้ รวมทั้งบุคคลที่ไม่ได้โดนจับตามองจากพวกกุรอยช์การที่เหล่าสาวกรุ่นแรกส่วนมากเป็นชนชั้นล่างของสังคมในนครมักกะฮฺ เป็นผู้ยากจนหรือเป็นข้ารับใช้ ไม่มีอำนาจรวมทั้งอิทธิพล แต่ว่ายอมรับเชื่อถือต่ออิสลามก่อนผู้ดีที่มีอำนาจ นับว่าเป็นวิถีธรรมดาของเหล่าผู้เชื่อถือนับจากสมัยก่อนที่ย้อนกลับไปถึงยุคท่านนบีนูหฺ (อ.ล.) ความเร้นลับในประเด็นนี้มีอยู่ว่า อิสลามซึ่งท่านอัลลอฮฺ ได้ส่งบรรดาศาสนราชทูตทั้งหลายแหล่มาประกาศศาสนานับจากสมัยก่อน เป็นการนำเอาผู้คนออกมาจากอำนาจการยึดครอบครองของคนเราสู่การยินยอมรับอำนาจรวมทั้งการปกครองของท่านเพียงแต่ท่านเดียว

เมื่อมีผู้คนเป็นที่ยอมรับในอิสลามมากเพิ่มขึ้น การเปิดเผยแผ่อย่างลับๆก็ผันแปรเป็นการเผยแผ่อย่างเปิดเผยตามสั่งการที่ท่านอัลลอฮฺ ได้ประทานลงมาแก่ท่านนบี การขอความช่วยเหลือบรรดาผู้คนในเชื้อสายกุรอยช์ที่เป็นเครือญาติใกล้ชิดกับท่านนบี ซึ่งเริ่ม ณ เทือกเขาเศาะฟา ก็เลยเป็นปฐมบทของการประกาศศาสนาโดยเผย และก็นั่นก็เป็นจุดเริ่มของการประจันหน้าระหว่างความจริงแล้วก็ความเท็จ

รุ่งเช้าที่อิสลามที่แตกออกจากความมืดมนของระยะเวลาสุดท้ายที่รัตติกาลได้ถูกบังด้วยก้อนเมฆทะมึนก่อนรุ่งสว่าง ผู้เชื่อถือซึ่งเป็นเหล่าสาวกรุ่นแรก ณ นครมักกะฮฺจะต้องพบเจอกับการทำร้ายร่างกายรวมทั้งทรมานแตกต่างกันไปจากหัวหน้าชาวกุรอยช์ที่ต้องการขัดขวางไม่ให้แสงไฟที่ยามเช้านั้นเฉิดฉายรวมทั้งไล่ความมืดมนที่พวกกุรอยช์พยายามใช้เป็นเครื่องมือที่ใช้ในการครอบครองความเลื่อมใสแล้วก็วิถีของมนุษย์

การประจันหน้ากันระหว่างเลื่อมใสกับการไม่ยอมรับได้ดำเนินไปในนครมักกะฮฺและก็เขตละแวกใกล้เคียงตลอดระยะเวลา 13 ปี บรรดากลุ่มสาวกรุ่นแรกขณะนั้นเป็นผู้มีความเชื่อโดยแท้จริง ไม่มีผู้กลับกลอกหรือผู้เสาะหาประโยชน์ทางโลกแฝงเข้ามา พลังเลื่อมใสอันแข็งแกร่งแล้วก็ความทรหดอดทนของพวกเขาได้ขัดเกลาให้แปลงเป็นฝูงชนที่มีคุณลักษณะอันเข้มข้นสำหรับเพื่อการสืบต่อแล้วก็เผยแผ่อิสลามสู่ดินแดนนนอกคาบสมุทรอาหรับในเวลาถัดมา

0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0

อย่างไรก็แล้วแต่ ถึงแม้ปริมาณของผู้เชื่อถือในนครมักกะฮฺจะมิได้มากขึ้นมากเท่าไรนักตลอดระยะเวลา 13 ปี เนื่องด้วยพวกกุรอยช์และก็ชนเผ่าอาหรับที่เป็นผู้ช่วยเหลือในดินแดนอัล-หิญาซเป็นป้อมปราการขวางกั้นที่สำคัญต่อการเจริญเติบโตของผู้เลื่อมใสในอิสลาม การปองร้ายรวมทั้งการทรมานได้รุนแรงเยอะขึ้นเรื่อยๆ

0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0

ขอขอบคุณที่มาจาก แทงบอลออนไลน์

0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0

เมล็ดกาแฟสู่เครื่องดื่มของโลกอิสลาม

เมล็ดกาแฟสู่เครื่องดื่มของโลกอิสลาม
เมล็ดกาแฟสู่เครื่องดื่มของโลกอิสลาม

เมล็ดกาแฟสู่เครื่องดื่มของโลกอิสลาม จากการค้นพบ C o f f e e ก็มีหลักฐานที่เป็นตำนานเรื่องเล่ามากมาย ในศตวรรษที่ 9 มีการค้นพบ C o f f e e จากการได้กินผล C o f f e e หลังจากที่ได้เห็นแพะที่มีความคะนึกคะนองขึ้นหลังจากพวกมันได้กินผล C o f f e e หรือการค้นพบและกิน C o f f e e จนสามารถรอดชีวิตกลับมายังเมืองได้ เป็นต้น ในหลักฐานตำนานยืนยันถึงถิ่นฐานดั้งเดิมในเมืองเอธิโอเปียเป็นหลัก ถึงจะมีการยืนยันแต่ในเวลาต่าง ๆ ต้น C o f f e e มักไม่ได้รับความสนใจใด ๆทั้งสิ้น จนมีชาวอาหรับได้นำเอา C o f f e e นั้นออกไปเผยแพร่ในดินแดนอาราเบีย

 เมื่อ Coffee ถูกนำไปเผยแพร่ในดินแดนอาระเบีย ที่เป็นดินแดนดูเหมือนจะยอมรับ Coffee เป็นที่แรกคือเยเมน ต่อมาในช่วงปลายศตวรรษที่ดูเหมือนจะตอบรับ Coffee เป็นแห่งแรกคือเยเมน ในช่วงปลายศตวรรษที่ 14 ถึงเริ่มศตวรรษที่ 15 เริ่มแรกก่อนที่ Coffee กลายเป็นเครื่องดื่มนั้น Coffee ส่วนใหญ่เป็นอาหารมาก่อนในทางศาสนาของผู้ที่นับนิกายซูฟี โดยจะเคี้ยวเมล็ด Coffee เพื่อการขจัดความง่วงออกไปในขณะที่ดำเนินการทางศาสนาในเวลากลางคืน และยังเป็นยาเสริมความสามารถในการเข้าถึงพระเจ้าอีกด้วย แม้ว่าจะมีผู้นำทางนิกายได้คิดนำเมล็ด Coffee นำมาทำการปรับแต่งและปรุงเป็นน้ำ Coffee ซึ่งชาวเยเมนนั้นก็ไม่ค่อยนิยมดื่มสักเท่าไหร่ อีกทั้งนิยมการทานด้วยวิธีเคี้ยวเมล็ดสด ๆ หรือไม่ก็นำเปลือกของเผลกาแฟนั้นมาชงเป็นชา แล้วจึงนำมาดื่มร่วมกับใบกาต นั่นเอง

เนื่องจาก Coffee นั้นเป็นพืชป่าในเอธิโอเปียที่ชาวอาหรับนั้นมีความต้องการมากขึ้น ซึ่งทำให้ชาวอาหรับเยเมนนั้นได้นำ Coffee มาปลูกในบริเวณเทือกเขาทางตอนเหนือของเยเมน และไม่เป็นแค่เพียงการนำ Coffee มาเพื่อความต้องการของมนุษย์เท่านั้น ในพื้นที่ยังเหมาะสมต่อการปลูก Coffee อีกด้วย ส่วน Coffee ที่มีถิ่นฐานมาจากแอฟริกาจึงได้ชื่อว่า อาราบิกา เมื่อถูกนำเข้าสู่ยุโรปการที่ Coffee ถูกนำมาปลูกในเยเมน ส่งผลให้เมืองท่ามอคคา แต่เดิมที่เป็นท่าเรือที่ขนส่ง Coffee ไปทั่วอาระเบียและส่งค้าในยุโรปในภายหลัง จึงทำให้เยเมนผูกขาดการขาย Coffee ได้เป็นเวลานานถึง 2 ศตวรรษครึ่ง ก่อนจะสูญเสียการผูกขาดให้แก่ยุโรป

จาก เมล็ดกาแฟสู่เครื่องดื่มของโลกอิสลาม

ในช่วงปี ค.ศ.1500 Coffee ได้มีแพร่กระจายไปยังคาบสมุทรอาระเบียไปพร้อมกับผู้นับถือนิกายซูฟี ในไคโร ดามัสกัส และเมกกะ ผู้ที่ดื่ม Coffee ต้องจำกัดขอบเขต แต่ในหมู่ผู้นับถือนิกายมักจะรวมตัวกันดื่มบริเวณศาสนสถานหรือลานกว้างต่าง ๆ และยังเป็นเครื่องดื่มในเวลากลางคืนช่วงเทศกาลรอมดอน ดังนั้น Coffee จึงได้ถูกนำไปเกี่ยวข้องกับท่านนะบีมะหะหมัด โดยมีการอ้างถึงตำนานต้นกำเนิดของ Coffee ซึ่งท่านนะบีได้รับเมล็ด Coffee จากเทวทูตกาเบียลมาเป็นเครื่องดื่มในทางของศาสนาอิสลามแทนที่ไวน์ที่เป็นข้อห้ามทางศาสนา จากคำว่า Coffee ในภาษาอาหรับว่า Qahwah ที่เป็นคำใช้เรียกแทนคำว่า ไวน์ นั้นเอง ส่วนการที่ได้นำ Coffee มาเกี่ยวข้องกับศาสนาอิสลามนั้น ทำให้มีการดื่ม Coffee แพร่หลายควบคู่ไปกับการเผยแพร่ศาสนาอิสลาม ในประเทศอินเดียและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

เมื่อถึง ค.ศ. ๑๕๑๐ กาแฟก็ได้เปลี่ยนสถานะจากเครื่องดื่มทางศาสนาเป็นเครื่องดื่มทางสังคมมากขึ้น มีร้านกาแฟหรือ Coffee-house ในดินแดนตะวันออกกลางได้เกิดขึ้นมากมาย แต่เนื่องจากมีการถกเถียงเกี่ยวกับผลกระทบของกาแฟที่มีความผิดในข้อห้ามทางศาสนาอิสลาม และถึงแม้จะไม่เป็นข้อห้ามทางศาสนา แต่ชนชั้นปกครองในเมืองใหญ่ๆ ก็เห็นว่า ร้านกาแฟเป็นแหล่งมั่วสุมของคำนินทา คำพูดเสียดสีทางการเมือง และแหล่งการพนัน ทำให้มีการปราบปรามร้านกาแฟเหล่านั้นจำนวนมาก จนเมื่อถึงช่วงประมาณกลางศตวรรษที่ ๑๖ หลังจากความพยายามสั่งปิดร้านกาแฟล้มเหลว ทำให้มีร้านกาแฟแห่งแรกเปิดขึ้นในเมืองดามัสกัส ตามมาด้วยร้านกาแฟตามเมืองใหญ่อีกหลายแห่ง เช่น เมกกะ อิสตันบูล และไคโร เป็นต้น ร้านเหล่านี้จะกลายเป็นปัจจัยสำคัญต่อการแพร่กระจายการดื่มกาแฟในยุโรป

การปรุงกาแฟช่วงนี้ มีการสันนิษฐานว่า ในศตวรรษที่ ๑๕ ผู้นำทางนิกายซูฟีในเมืองท่ามอคคาเป็นผู้คิดค้นการคั่ว การบด และการชงกาแฟ การชงกาแฟในช่วงนี้จะใส่กาแฟลงไปก่อนแล้วตามด้วยน้ำต้มเดือด เพื่อสร้างกลิ่นที่น่าดึงดูดของกาแฟและก่อนที่จะมีการผลิตน้ำที่สะอาดเพียงพอ การต้มจึงเป็นวิธีการหนึ่งที่จะสร้างความแน่ใจในความสะอาดของน้ำ แต่กาแฟที่ชงขึ้นนั้นยังไม่มีการกรองเอากากกาแฟออก u f a b e t ทำให้กาแฟมีลักษณะข้นและขม ทั้งที่มีการปลูกอ้อยในดินแดนตะวันออกกลางและผลิตน้ำตาลที่รับมาจากอินเดียกว่าร้อยปีก่อนการรู้จักกาแฟ แต่ก็ไม่มีการเติมน้ำตาลผสมลงในกาแฟ รวมทั้งการเติมนมด้วย จากการมีคำกล่าวอ้างว่า เป็นสาเหตุของโรคเรื้อนหากเอามาผสมกับกาแฟ แต่กระนั้นก็มีการเติมกระวานลงในกาแฟบ่อยครั้ง รวมถึงมีการใส่ฝิ่นกับกัญชาลงไปแกว่งในน้ำกาแฟด้วย   

ภาษาอาหรับ

ภาษาอาหรับ
ภาษาอาหรับ

ภาษาอาหรับ ความสำคัญ อัลกุรอานได้ลงมาเป็นภาษาอาหรับที่ชัดเจน และได้ปรากฏข้อความยืนยัน มากกว่า 10 แห่งในอัลกุรอาน และย่อมเป็นหลักฐานที่ชัดเจนว่า การที่จะเข้าใจอัลกุรอานอย่างถูกต้องนั้น ขึ้นอยู่กับการรู้ภาอาหรับมาอีกเช่นกัน         

ภาษาอาหรับเป็นภาษาของอิสลาม เป็นภาษาที่อัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา ทรงให้บรรดามุสลิมได้รวมกันเป็นกลุ่มก้อนอยู่ในศักดิ์ศรีของตน และที่ซึ่งเคยเป็นแหล่งของวิชาการ และแนวความคิดแห่งอิสลาม อิทธิพลทางภาษานี้ต้องควบคู่ไปกับอิทธิพลของศาสนาอิสลาม ในความสูงส่งในภาษานี้ขึ้นอยู่กับความสูงส่งของศาสนาอิสลามอยู่เสมอ

ด้วยเหตุนี้ต้องเป็นหน้าที่ของผู้ที่รู้สึกภูมิใจทางศาสนาอิสลามและจะต้องช่วยกันส่งเสริมให้เรียนรู้ภาษาอาหรับ และชักชวนการเรียน เพราะเป็นภาษาของอัลกุรอาน ทางนำของอัลกุรอานที่เราได้รับแสงสว่าง และดำเนินสู่ทางอันเที่ยงธรรม ซึ่งเป็นหน้าที่ของผู้มีความรู้ (อุละมาอฺ) มุสลิมทั่วพื้นพิภพ โดยเฉพาะมุสลิมชั้นปัญญาชนที่มีความรู้ทางด้านภาษาอาหรับ ที่จะต้องใช้ความพยายามในการเผยแพร่ภาษาอาหรับ เพื่อการแพร่กระจายไปทั่วหมู่ชนชาวมุสลิม

ท่านอิมามอัซซาฟิอีย์ ร่อฮิมะฮุลลอฮฺ ได้กล่าวไว้ในตำราและคำฟัตวาว่าจำเป็นแก่มุสลิมที่จะต้องเรียนภาษาอาหรับ

“จำเป็นที่มุสลิมทุกคนจะต้องศึกษาอาหรับ เท่าที่ความพยายามสามารถจะมี”

ส่วนหนึ่งที่บ่งบอกถึงตำแหน่งที่ยิ่งใหญ่ของภาษานี้มีอยู่ในจิตใจของเหล่าบรรดามุสลิมไม่ว่าจะเป็นเชื้อชาติใดนั้น ก็ได้แก่ข้อความที่ท่านอัลอัลลามะฮฺ อัลอิมาม อัษษะอาลิบีย์ ได้กล่าวไว้ในคำนำหนังสือที่ชื่อว่า “ฟิกฮุ้ลลุเฆาะฮ์ วะซิรรุ้ลอะร่อบียะฮ์” เขียนว่า

“ผู้ใดรักอัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา เขาก็ย่อมรักร่อซูลของพระองค์ มุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม และผู้รักร่อซูลซึ่งเป็นชาวอาหรับ เขาก็ย่อมรักชาวอาหรับ และผู้ใดรักชาวอาหรับเขาก็ย่อมรักภาษาอาหรับ ซึ่งโดยภาษานี้ได้มีพระคัมภีร์ที่ประเสริฐยิ่งลงมาแก่ผู้ที่ประเสริฐในหมู่ชนที่ไม่ใช่อาหรับ และหมู่ชนชาวอาหรับ และผู้ใดที่รักษาภาษาอาหรับเขาก็ย่อมเอาใจใส่ หมั่นเพียรและผินความสนใจสู่ภาษานี้”

เมื่อเราได้เรียนรู้และได้อ่านหนังสือที่ชื่อว่า “อัล-ฟิร็อก” ที่มีการเรียบเรียงโดยอัลอัลมาละฮฺ (ปราชญ์) อัลอิสฟีรอยินีย์ มีว่า ส่วนหนึ่งจากคุณสมบัติของผู้ดำเนินตามแนวทางของท่านร่อซูล (อะฮฺลุซซุนนะฮฺ) ซึ่งต่างกับหมู่ชนอื่น ๆ ก็คือ การแสงออกให้เห็นชัดเกี่ยวกับเรื่องภาษาอาหรับ และวรรณคดี

ข้อความหนึ่งที่รุ้สึกชื่นชมอ่านพบในหนังสือที่ชื่อว่า “วะซาอิลุ ตะก๊อดดุมิ้ล มุสลิมีนะ” (วิถีทางแห่งความเจริญก้าวหน้าของบรรดามุสลิม) ระบุไว้ว่า

“และเพื่อที่บรรดามุสลิมจะได้พัฒนาและทำความเจริญก้าวหน้านั้น จำเป็นที่พวกเขาจะต้องเผยแพร่ภาษาอาหรับไปทั่วประเทศที่เขาเหล่านั้นอยู่ และถ้าเมื่อไม่สามารถที่จะทำให้ภาษานี้เป็นภาษาเดียว (ใช้ภาษาเดียว) หรือเป็นภาษาที่หนึ่ง หรือเป็นภาษา “แม่” อย่างที่บางคนเรียกแล้ว ก็จะต้องไม่น้อยกว่าที่จะทำให้ภาษานี้เป็นภาษาร่วม เพื่อที่จะได้ทำให้เขาเหล่านั้นได้ใกล้ชิดสนิทสนมและมีหัวใจปรองดองกัน และภาษานั้นก็จะได้เป็นภาษาที่ใช้สนทนา และทำความเข้าใจซึ่งกันและกัน อันเป็นความสะดวกในการแลกเปลี่ยนวิชาความรู้ และความรู้สึกเห็นอกเห็นใจกัน”

จากที่กล่าวเอาไว้ว่า จำเป็นที่มุสลิมจะต้องเผยแพร่ภาษาอาหรับ โดยที่เราไม่ได้กล่าวถึงภาษาอื่นไว้อีก ทั้งนี้ก็เพราะภาษาอาหรับเป็นภาษาที่ได้รับการเทิดทูนในทัศนะของมุสลิม เพราะเป็นภาษาของ อัลกุรอาน อัลฮะดิษ และประวัติศาสตร์อิสลาม

อิสลามได้ใช้ให้ผู้ดำเนินตาม ศึกษาภาษาอาหรับเท่าที่สามารถจะทำได้ เพราะเป็นภาษาของอัลกุรอาน, ของท่านนบี คนในอดีต และบรรพบุรุษของพวกเขา ซึ่งได้เผยแพร่อิสลาม นอกจากนั้นยังเป็นภาษาของสวรรค์อีกด้วย ดังที่ท่านร่อซูล ศิอลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้บอกแก่เรา หลังจากผู้เรียบเรียงหนังสือดังกล่าว ได้พูดถึงตำแหน่งและคุณสมบัติพิเศษของภาษาอาหรับแล้ว เขาได้จบคำพูดของเขาและกล่าวว่า

“ในขณะที่บรรดามุสลิมกำลังเตรียมตัวที่จะพัฒนาและสร้างความก้าวหน้านั้น มันช่างจำเป็นแก่เขาเหล่านั้นเหลือเกิน ที่จะต้องมีหมู่ชนหลาย ๆ หมู่ที่จะใช้ภาษาอาหรับและเผยแพร่ไปให้ทั่วทุกแห่ง และรวมภาษาและปากกาของพวกเขาให้อยู่ในภาษาอาหรับเสีย”

แท้จริงแล้สว อัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา นั้น ขณะที่พระองค์ได้ประทานพระคัมภีร์อันมีเกียรติเป็นภาษาอาหรับ พระองค์ได้ทรงคัดเลือก และกำหนดให้คงอยู่ชั่วนิรันดร และจะคงอยู่เท่ากับความคงอยู่ของ อัลกุรอานอันยั่งยืนตลอดกาล

“แท้จริง เราได้ประทานอัซซิกร์ (อัลกุรอาน) ลงมา และแท้จริง เราเป็นผู้รักษาสิ่งนั้น (อัลกุรอาน)”

ในการที่อัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา ทรงคัดเลือกภาษาอาหรับเป็นภาษาของพระคัมภีร์ของพระองค์ พระองค์ได้ทรงเชิญชวนให้บรรดาผู้ศรัทธาศึกษาภาษานั้น พร้อมทั้งให้รักษาไว้ และให้เผยแพร่ไปในหมู่มนุษย์ทั้งหลาย

0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0

เป็นการสมควรอย่างยิ่งสำหรับบรรดาผู้ที่ได้รับมรดกสาระของพระคัมภีร์อันประเสริฐ ufabet แห่งพระผู้เป็นเจ้านี้จะได้เป็นผู้นำหน้าคนอื่น ๆ ในการทะนุบำรุง และรักษาภาษานี้ไว้ด้วยการให้เกียรติและยกย่องตลอดมา

เศรษฐกิจพอเพียงตามแนวทางของศาสนาอิสลาม

เศรษฐกิจพอเพียงตามแนวทางของศาสนาอิสลาม
เศรษฐกิจพอเพียงตามแนวทางของศาสนาอิสลาม

เศรษฐกิจพอเพียงตามแนวทางของศาสนาอิสลาม ความพอเพียง เป็นเรื่องที่ต้องเกิดภายในจิตใจ และนำไปสู่การปฏิบัติที่เป็นจริง ในหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ตามแนวพระราชดำริของในหลวงนั้น ประกอบไปด้วย ความพอประมาณ ความมีเหตุผล และการมีภูมิคุ้มกัน ซึ่งเป็นหลักในทางสายกลางและการพึ่งพาตัว ซึ่งถือได้ว่าเป็นเรื่องที่สอดคล้องตามหลักคำสอนของศาสนาอิสลาม โดยเฉพาะ ซุนนะห์ ของ ท่าน นบีมูฮัมมัด (ซ.ล.) ที่ท่านถือเป็นแบบอย่างที่สมบูรณ์ยิ่งในเรื่องนี้อีกด้วย

จากความมั่นคงในทางเศรษฐกิจที่จะเกิดขึ้น ต้องขึ้นอยู่กับความสมดุล ในการผลิต และความต้องการ ในการบริโภค ซึ่งถ้าหากว่าอย่างใดอย่างหนึ่งน้อยเกินไปหรือมากเกินไป เราจะไม่สามารถที่จะสร้างความมั่นคงและเกิดความยั่งยืนในทางเศรษฐกิจได้ และจะนำไปสู่ความพอเพียงได้อย่างแน่นอน แต่หากเราได้ยึดหลักตามแนวทางของของศาสดามูฮำมัด (ซ.ล.) แล้ว เราก็จะได้สัมผัสถึงความสำเร็จ สามารถยืนอยู่บนความพอดี และพอเพียงได้อย่างแน่นอน ดังวจนะของท่านนบี มูฮัมมัด (ซ.ล.) ที่ว่า

افضل الكسب بيع مبرور وعمل الرجل بيده رواه احمد

ที่กล่าวมาข้างต้นคือ “อาชีพที่ประเสริฐที่สุดก็คือ การค้าขายที่ซื่อสัตย์ และการทำงานด้วยน้ำพักน้ำแรงของตนเอง” ข้อมูลจาก อะห์หมัด จากอัลฮ่าดิษ ซึ่งในบทนี้จะเห็นได้ว่าท่านรสูลุลลออฮ ชี้เน้นให้เกิดการพึ่งพาตนเองและมีความซื่อสัตย์ตรงไปตรงมา ไม่เบียดเบียนผู้อื่น โดยการกระทำดังกล่าวควรเริ่มต้นที่ตนเองก่อน เริ่มนับที่ตัวเรา แต่หากต้องมีหลักพึงอาศัยซึ่งกันและกัน อันจะเป็นการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีในอีกทางหนึ่งจากหลาย ๆ หนทาง

ซึ่งอย่างไรก็ตามนั้น ในมาตรฐานของคนเรามีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงในแต่ละบุคคล ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องขึ้นอยู่กับสถานะในแต่ละบุคคล แต่ละครอบครัว ความต้องการ และความหวังที่มีที่แตกต่างกัน ในการดำเนินชีวิตนั้นไม่มีสูตรสำเร็จใด ๆ ที่เป็นตัวตั้งค่ามาตรฐานของความพอเพียงว่า ควรแค่ไหน เพียงใด อย่างไร แต่ถ้าเราได้ยึดหลักตามแนวทางของศาสดามูฮำมัด (ซ.ล.) แล้วนั้น ท่านก็ส่งเสริมให้ ยึดทางสายกลางเป็นหลักในการดำเนินการ ไม่มากไปหรือไม่น้อยไป ดังวจนะของท่านนบี มูฮัมมัด (ซ.ล.) ที่ว่า

جيرالامور

  ที่กล่าวข้างต้นคือ “ความน่าภาคภูมิใจ ในการได้มากับการใช้ไป ด้วยความกลมกลืนและเหมาะสมนั่น ถือว่าเป็นความสำเร็จระดับหนึ่ง ต่อการก้าวต่อไปอีกหลายๆ ก้าว” ดั่งเช่น เรื่องของอาหารที่ใช้ในการดำรงชีวิต เพราะถ้าหากเราสามารถผลิตได้เอง ปลูกไว้กินเองได้ หากเหลือจากการบริโภคแล้ว เรายังสามารถขยายไปสู่การจำหน่ายจ่ายแจก ก็ย่อมถือเป็นความมั่นคง ทางเศรษฐกิจแบบยั่งยืนได้ด้วยเช่นเดียวกัน ดังวจนะของท่านศาสดามูฮัมมัด (ซ.ล.) ที่มีความว่า

“ไม่มีอาหารใดจะดีกว่าอาหารที่ได้มาจากน้ำพักน้ำแรงของตนเอง U F A B E T และน่าบีของอัลเลาะห์ คือน่าบีดาวูด (อ) นั้น ท่านรับประทานอาหารที่ได้มาจากน้ำพักน้ำแรงของตน” ข้อความดังกล่าวจาก บูคอรีย์

0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0

ดังนั้นเศรษเราควร ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ ใช้อย่างประหยัด รู้จักความพอดี มีวินัย เพื่ออนาคตที่สดใส ทั้งดุนยาและอาคิเราะฮ์

0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 00 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0

วิธีการก้าวสู่หนทางแห่งอิสลาม

วิธีการก้าวสู่หนทางแห่งอิสลาม
วิธีการก้าวสู่หนทางแห่งอิสลาม

วิธีการก้าวสู่หนทางแห่งอิสลาม ศาสนาอิสลามนั้นมีผู้ที่นับถือมากกว่าหมื่นล้านคนและยังคงได้เติบโตขึ้นเรื่อย ๆ ตามกาลเวลา นับว่าเป็นศาสนาที่โตเร็วที่สุดในโลก สิ่งที่ทำให้ศาสนานี้มีความพิเศษและยังแตกต่างจากศาสนาอื่น ๆ คือ การเปลี่ยนมาเป็นศาสนานี้ทำได้อย่างง่ายดาย ด้วยการปฎิญาณตนเพื่อรับด้วยวาจา ซึ่งอย่างไรก็ตามนั้นในการปฎิญาณตนไม่ใช่สิ่งที่สามารถปฎิบัติได้โดยทันที โดยจากความเข้าใจและการอุทิศตนตามหลักศาสนาเป็นสิ่งที่สำคัญทีเดียว

ในการรับศาสนาคือการที่ขจัดบาปเก่าที่มีมา มุสลิมใหม่เป็นผู้ที่บริสุทธิ์เช่นเดียวกับแรกทารกแรกเกิด มุสลิมควรที่จะพยายามในการรักษาตนให้บริสุทธิ์ตลอดเวลาด้วยการทำความดีตามที่อัลลอฮฺได้สั่งใช้ หรืออิบาดะฮฺ

ดังนั้นยังมีกฎระเบียบในเรื่องของการแต่งกายที่ต้องเน้นความสุภาพเรียบร้อย ถ่อมตน ที่มุสลิมทุกคนควรปฏิบัติตาม อย่างเคร่งครัด

  1. สำรวจตนให้แน่ใจว่ารู้จริงว่าการเป็นมุสลิมคืออะไร ข้อปฏิบัติแรกของการเป็นมุสลิม ก็คือ การเชื่อว่าอัลลอฮฺเป็นพระเจ้าหนึ่งเดียว พระองค์เป็นพระเจ้าเพียงองค์เดียว เป็นผู้สร้างและทรงอำนาจสูงสุด อัลลอฮฺ เป็นผู้เดียวที่สมควรแก่การกราบไหว้บูชา สมควรอุทิศตนกระทำสิ่งดีเพื่อพระองค์ โดยไม่มีสิ่งใดมาเทียบเคียงได้ ศาสนทูตของอัลลอฮฺ ท่านนบีมุฮัมมัด เป็นศาสนทูตคนสุดท้ายที่ลงมาบนโลก จึงเป็นศาสนาที่ดำเนินตามกฎแห่งธรรมชาติและใกล้ชิดวิถีของผู้สร้างมากที่สุด ดังนั้นผู้ที่น้อมรับก็กำลังกลับสู่วิถีทางแรกสุดแห่งธรรมชาติ
  2. การอ่านพระคัมภีร์ อัลกุรอานเป็นแหล่งรวมคำสอนหลัก ที่มีความเชื่อกันว่า พระคัมภีร์อัลกุรอานเป็นพระวจนะของพระเจ้าที่ไม่เคยถูกบิดเบือน อีกทั้งยังสนับสนุนพระคัมภีร์ของชาวคริสต์และชาวยิวที่มีมาก่อนให้สมบูรณ์อีกด้วย หนังสือทางศาสนาที่สำคัญในอิสลามอีกเล่มคือ “ฮะดีษ” ซึ่งได้รวบรวมคำสอนของท่านนบีมุฮัมมัด ฮะดีษนี้เป็นส่วนประกอบพื้นฐานของกฎหมาย การอ่านพระคัมภีร์และคำสอนจึงสามารถทำให้มุสลิมมีความรู้ความเข้าใจ ที่เกี่ยวกับประวัติศาสตร์และกฎเกณฑ์ของศาสนา
  3. การคุยกับอิหม่าม อิหม่าม ก็คือ ผู้นำทางศาสนา ที่ต้องมีการประกอบพิธีต่าง ๆในมัสยิด ซึ่งอิหม่ามนั้นได้ถูกคัดเลือก ด้วยระดับความรู้ในพระคัมภีร์อัลกุรอานและการปฏิบัติตนที่ดี อิหม่ามนั้นสามารถให้คำปรึกษาว่าเราพร้อมจะอุทิศตนหรือไม่
  4. การปฏิญาณตน หรือชะฮาดะฮฺ ถ้าหากมั่นใจแล้วว่าคุณอยากจะเป็นมุสลิม สิ่งที่จะต้องทำก็คือการกล่าวที่เรียกว่า ชะฮาดะฮฺ ซึ่งเป็นคำปฏิญาณตนเพื่อประกาศการเดินตามพระประสงค์ของอัลลอฮฺด้วยวาจา ในการกล่าว ชะฮาดะฮฺ จึงมีความหมายว่าจะเดินในทางนี้ตลอดชีวิต คำกล่าวชะฮาดะฮฺ คือ “ลาอิลาฮะอิลลัลลอฮฺ มุหัมมะดุรรอซูลุลลอฮฺ” จึงแปลว่า “ไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากอัลลอฮฺ และมุฮัมมัดเป็นศาสนทูตของพระองค์” หลังจากได้มีการปฏิญาณตนแล้วก็ได้เป็นมุสลิมเต็มตัว
  5. การเป็นสมาชิกในแวดวงมุสลิมอย่างเป็นทางการ ทำได้จากการชวนพี่น้องมุสลิมมาเป็นพยานตอนได้ปฏิญาณตน ที่จริงแล้วไม่จำเป็นต้องมีพยานในการจะเป็นมุสลิม เพราะพระเจ้าจะทรงรอบรู้ทุกสิ่ง ดังนั้นในการกล่าว ชะฮาดะฮฺ สามารถทำได้โดยลำพัง จากความเข้าใจ ถือว่าได้เป็นมุสลิมแล้ว ในสายพระเนตรของอัลลอฮฺ แต่ถ้าหากอยากได้รับการยอมรับอย่างเป็นทางการจากมัสยิด จะมีการกระทำโดยกล่าว ชะฮาดะฮฺ ต่อหน้าพยานมุสลิมจำนวน 2 คน และอิหม่ามในมัสยิดเพื่อเป็นพยานยืนยัน
  6. การทำความสะอาดร่างกาย หลังจากที่ได้เป็นมุสลิมแล้ว สมควรที่ต้องอาบน้ำเพื่อเป็นการชำระร่างกาย ซึ่งในการกระทำเช่นนี้เป็นสัญลักษณ์ว่าได้ละทิ้งอดีต

0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0

ไม่มีบาปใดที่เกินการชำระล้าง หลังจากกล่าว ชะฮาดะฮฺ แล้ว บาปต่าง ๆ ที่มีมาในอดีตจะถูกชำระใหม่ ชีวิตใหม่ได้เริ่มขึ้น u f a b e t จากนี้มุสลิมใหม่ต้องพยายามยกระดับจิตใจโดยการกระทำแต่สิ่งดี

0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0

บ้านโรงเรียนแล้วก็มัสญิด

บ้านโรงเรียนแล้วก็มัสญิด
บ้านโรงเรียนแล้วก็มัสญิด

บ้านโรงเรียนแล้วก็มัสญิด สำหรับคนมุสลิมที่เคร่งครัดในคำสั่งสอนของศาสนาโดยธรรมดาแล้วย่อมมีวิถีชีวิตที่ผูกพันเกี่ยวข้องกับสถานที่สำคัญ 3 ที่ร่วมกัน สถานที่ที่แรกเป็น บ้านอันเป็นที่พักอาศัยซึ่งนับว่าเป็นหนึ่งในปัจจัยสี่ บ้านก็เลยเป็นสถานที่แรกสุดที่มีความสัมพันธ์กับบุคคลนับตั้งแต่เกิดจนถึงตาย

ผู้ที่ช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งของชีวิตบางทีอาจจะต้องจากบ้านของตนเองไปอยู่ต่างแดน ไปเรียนต่างประเทศเมืองนาย่อมรู้ดีอยู่แก่ใจว่า ไม่มีที่ไหนจะเคยชินแล้วก็อบอุ่นเท่ากับบ้านของตัวเอง วันที่ตนกลับคืนสู่บ้านคือวันที่วิเศษสุดวันหนึ่งในชีวิต เมื่อบ้านมีความหมายถึงเพียงนี้ อิสลามก็เลยมีคำสั่งสอนที่เกี่ยวกับบ้านมากมายหลายมิติด้วยกัน มิติหนึ่งที่ส่งผลต่อการหล่อหลอมความเป็นชาวมุสลิมที่ดีก็คือบรรยากาศรวมทั้งสิ่งแวดล้อมข้างในบ้านซึ่งก็คือบุคคลซึ่งเป็นสมาชิกในบ้าน ความเกี่ยวข้องรวมทั้งความสัมพันธ์ในระหว่างสมาชิกด้านในภาย ลักษณะทางด้านกายภาพของบ้าน ทิวทัศน์รอบๆบ้านตลอดจนเพื่อนบ้าน

พวกเราจะมีความคิดเห็นว่าเพราะอะไรท่านนบี (ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม) จึงได้มีคำสั่งสอนในสุนนะฮฺของท่านว่า ให้ผู้ปกครองสั่งใช้ให้ลูกๆทั้งชายรวมทั้งหญิงเริ่มฝึกฝนละหมาดตั้งแต่อายุ 7 ขวบและก็ให้มีการคาดโทษหรือออกมาตรการสำหรับความผิดพลาดในหัวข้อการละหมาดเมื่อลูกๆมีอายุ 10 ขวบเนื่องจากการละหมาดคือการสอนโดยผ่านแนวทางแจ่มแจ้ง แฝงคำสั่งสอนประเด็นการรักษาเวลาและก็สอดใส่การฝึกฝนระเบียบวินัย การเคารพกติกา การเชื่อฟังผู้นำ ตลอดจนเป็นการวางพื้นฐานสำหรับหลักศรัทธาที่เกี่ยวข้องกับสัมพันธภาพระหว่างมนุษย์ผู้เป็นบ่าวกับพระผู้เป็นเจ้าพระผู้ทรงสร้าง

การละหมาดก็เลยเป็นขั้นตอนปรับปรุงแล้วก็สร้างบุคลากรที่ดีเยี่ยมที่สุดถึงแม้เนื้อหาเกี่ยวกับภูมิรู้ในประเด็นการละหมาดจะยังไม่สมบูรณ์เพราะเหตุว่าจำเป็นต้องผ่านระบบการศึกษาในขั้นตอนต่อไปก็ตาม ความประพฤติปฏิบัติของสมาชิกครอบครัวที่เกิดขึ้นในบ้านทรงอิทธิพลต่อการซึมซึมซับรับเอาของเด็กเป็นสาระสำคัญ การปลูกฝังบ่มเพาะบุคลิกลักษณะของเด็กจึงมีบ้านเป็นแหล่งทำความเข้าใจที่แรกของชีวิต เมื่อแหล่งทำความเข้าใจอุดมด้วยบรรยากาศที่อิสลามซึ่งมีนายแบบคือบิดาและก็นางแบบคือมารดาที่ดีสำหรับการเป็นตัวอย่าง ความเป็นมุสลิมที่ดีของเด็กก็ย่อมถูกปลูกฝังเอาไว้แล้วในจิตสำนึกของเด็กที่รอวันเจริญงอกงามและก็เติบใหญ่ต่อไป

สถานที่แห่งที่สองซึ่งบางทีอาจถือเป็นการเปิดโลกทัศน์ของเด็กให้กว้างออกไปเป็นครั้งแรก นั่นคือสถานศึกษา อันซึ่งก็คือสถานที่ซึ่งมีการเรียนการสอนวิชาความรู้พื้นฐานให้แก่เด็ก คำว่าสถานศึกษาไม่ได้มุ่งให้ความหมายหมายเฉพาะสถานศึกษาในระบบเพียงอย่างเดียวแม้กระนั้นบางทีอาจจะรวมทั้งกลุ่มการเรียนรู้ที่มีการรวมตัวกันตามบ้านหรือสถานที่ที่เหมาะสมอีกด้วย หน้าที่ของโรงเรียนที่มีต่อเด็กจะมีอาจารย์ผู้สอนเป็นผู้แสดงหน้าที่เป็นหลัก มีเพื่อนพ้องร่วมเรียนเป็นส่วนประกอบสำคัญ

อาจารย์ก็เลยมีสถานะที่เปรียบเสมือนบิดามารดาผู้ที่สองสำหรับเด็กสำหรับในการให้ความรู้ความเข้าใจที่มีเนื้อหาเยอะขึ้นเรื่อยๆ วิชาความรู้แล้วก็บุคคลิกภาพของอาจารย์ผู้สอนก็เลยเป็นสิ่งที่ผู้ปกครองต้องพิจารณาเป็นหลัก สำหรับชาวมุสลิมแล้วอาจารย์คนแรกในตอนวัยแห่งการเรียนรู้นอกบ้านก็คือคุณครูสอนอัล-กุรอาน ซึ่งบางทีก็อาจจะสอนอัล-กุรอานเป็นหลักหรือบางครั้งก็อาจจะสอนวิชาศาสนาในขั้นพื้นฐานร่วมด้วย การซึมซับสิ่งที่อาจารย์ป้อนให้ก็เลยนับว่าเป็นก้าวสำคัญสำหรับพัฒนาการทางสมองรวมทั้งอารมณ์ของเด็ก

0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0

โดยเหตุนี้การจะสร้างทัศนคติให้แก่เด็กที่มีต่อมัสญิดในเชิงบวกก็เลยเกิดเรื่องท้าทาย สิ่งที่ทำได้ก็คือ ต้องทำให้มัสญิดเกิดขึ้นในบ้านเป็นลำดับแรก รวมทั้งจำเป็นต้องทำให้มัสญิดเกิดขึ้นในโรงเรียนด้วย เมื่อบ้านแล้วก็โรงเรียนเป็นมัสญิดในเชิงอุดมคติแล้ว ความสัมพันธ์เกี่ยวข้องของเด็กกับมัสญิด จริงๆตามหลักทฤษฎีก็ย่อมเป็นไปโดยง่าย ปัญหาที่เป็นปรัศนีสำคัญก็คือ พวกเราจะทำยังไงให้บ้าน สถานศึกษาแล้วก็มัสญิดหลอมรวมเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันโดยไม่มีการแยกย่อยสำหรับเด็ก

0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0

Cr. UFABET

0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0

ฮาลาสคลีนๆ

ฮาลาสคลีนๆ
ฮาลาสคลีนๆ

ฮาลาสคลีนๆ ในตอนนี้ กระแสการบริโภคของกิน “Clean Food” กำลังเป็นที่นิยมอย่างมากมาย เนื่องจากว่าการที่ประชากรเริ่มตระหนักถึงอันตรายของสารตกค้างในของกินที่กินกันมาหลายต่อนับเป็นเวลาหลายปี ซึ่งมีผลในแง่ลบต่อสถาพทางร่างกาย นำมาซึ่งการก่อให้เกิดลักษณะการเจ็บป่วยไข้อีกทั้งทางร่างกายแล้วก็จิตใจ

จากผลที่ได้รับจากการสำรวจพฤติกรรมของการบริโภคอาหารของประชาชน พุทธศักราช2556 พบว่า สิ่งที่ผู้บริโภคพิจารณาถึงเป็นสิ่งแรกสำหรับการเลือกซื้อของกินคือรสชาติ (ปริมาณร้อยละ 24.5) รองลงมาคือความสะอาดรวมทั้งความพอใจ (ปริมาณร้อยละ 19.4 แล้วก็ 17.7 เป็นลำดับ) ต้องการทาน (จำนวนร้อยละ 14.9) คุณประโยชน์ทางโภชนาการ (ปริมาณร้อยละ 12.8) ความสะดวกรวดเร็วและก็ราคามีน้อยกว่าจำนวนร้อยละ 10

จากจำนวนดังกล่าวบ่งบอกถึงอย่างชัดเจนว่า ผู้ซื้อส่วนมากมีความสนใจในเรื่องของคุณประโยชน์ทางโภชนาการค่อนข้างจะน้อย (ปริมาณร้อยละ 12.8) ซึ่งมีผลกระทบโดยตรงต่อสุขภาวะของประชากร

อาหารคลีนๆ วิธีการทวงคืนสุขภาพร่างกาย

การปรากฎขึ้นมาของกระแสการบริโภคอาหารคลีนนับว่าเป็นวิธีการที่ผู้บริโภคใช้สำหรับการทวงคืนสุขภาพที่แข็งแรงในทางหนึ่ง เป็นภาพสะท้อนถึงความโหยหาคุณภาพชีวิตที่ดีซึ่งสามารถเริ่มได้ด้วยตัวเอง คลีนฟู้ด (Clean Food) เป็น ของกินที่ลดการปรุงแต่งให้เหลือน้อยที่สุด จำกัดวิธีการต่างๆก่อนเข้าสู่ร่างกาย โดยของกินที่จัดอยู่ในกลุ่มคลีนฟู้ดนั้นมีจำนวนมาก ได้แก่ ผักสด ผลไม้สด ข้าวกล้องที่ไม่ผ่านการขัดสี ของกินที่ไม่ต้องทอดหรือต้ม หรือปิ้งกระทั่งไหม้เกรียม ฯลฯ

0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0

วิถีฮาลาล มหาเมตตาสู่มนุษย์โลก

อิสลามปรารถนาให้มนุษยชาติบริโภคแต่สิ่งที่ดี ๆมีคุณประโยชน์ ดังจะมองเห็นได้จากโองการจากคัมภีร์อัล-กุรอาน ซึ่ง สิ่งดีๆที่อิสลามหมายคือก็คือ อาหารฮาลาล

วิธีการฮาลาลได้ถูกเผยแพร่คราวแรกเมื่อกว่า 1,400 ปีที่ผ่านมา นับเป็นมาตรฐานทางอาหารที่ดั้งเดิมที่สุดของโลก อิสลามได้ระบุวิถีทางสำหรับเพื่อการบริโภคให้กับผู้เชื่อในศาสนาอิสลามให้ดำรงตนอยู่ในแนวทางทางสายกลาง และไม่ส่งเสริมให้บริโภคกระทั่งเกินกำลัง ซึ่งมีผลเสียทั้งต่อสุขภาพและก็จิตวิญญาน ในเวลาเดียวกันก็ไม่ได้ส่งเสริมการดำรงชีวิตแบบนักพรตที่ละเว้นจากการบริโภค

ในเวลาเดียวกัน อาหารฮาลาลมิได้เป็นแค่เพียงกฎเกณฑ์สำหรับในการบริโภค แม้กระนั้นยังนับว่าเป็นศาสนกิจอย่างหนึ่ง เป็นการแสดงออกถึงการยินยอมต่อแนวทางของศาสนา สำหรับการยับยั้งความปรารถนาบางสิ่งบางอย่างที่ขัดกับวิธีการศาสนา ส่วนการบริโภคอาหารที่ไม่ฮาลาลเป็นต้นเหตุหนึ่งที่นำสู่ไฟแดนนรก

การที่วิธีการฮาลาลเป็นเยี่ยมในวิธีการของศาสนาได้เปลี่ยนเป็นเครื่องรับรองว่าอาหารฮาลาลจะไม่มีทางสูญหายไปตราบเท่าที่ยังมีผู้เชื่อในศาสนาอิสลาม

อิสลามเป็นศาสนาที่ถูกประธานลงมาด้วยกับลักษณะที่สอดคล้องกับธรรมชาติของมนุุษย์ สอดคล้องและก็เหมาะสมกับทุกกรณียกิจในชีวิต การนำเอาวิธีการศาสนาไปปฏิบัติในชีวิตประจำวันไม่ได้เป็นเพียงแต่การแสดงออกถึงความซื่อสัตย์ต่อพระผู้สร้างเพียงแค่นั้น แม้กระนั้นชาวมุสลิมยังมั่นใจว่านั่นจะเป็นแนวทางที่ก่อให้เกิดความสบายและก็การบรรลุเป้าหมายอีกทั้งณ เวลานี้ แล้วก็ในชาติหน้า

0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0

Cr. UFABET

0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0