ฮาลาสคลีนๆ

ฮาลาสคลีนๆ
ฮาลาสคลีนๆ

ฮาลาสคลีนๆ ในตอนนี้ กระแสการบริโภคของกิน “Clean Food” กำลังเป็นที่นิยมอย่างมากมาย เนื่องจากว่าการที่ประชากรเริ่มตระหนักถึงอันตรายของสารตกค้างในของกินที่กินกันมาหลายต่อนับเป็นเวลาหลายปี ซึ่งมีผลในแง่ลบต่อสถาพทางร่างกาย นำมาซึ่งการก่อให้เกิดลักษณะการเจ็บป่วยไข้อีกทั้งทางร่างกายแล้วก็จิตใจ

จากผลที่ได้รับจากการสำรวจพฤติกรรมของการบริโภคอาหารของประชาชน พุทธศักราช2556 พบว่า สิ่งที่ผู้บริโภคพิจารณาถึงเป็นสิ่งแรกสำหรับการเลือกซื้อของกินคือรสชาติ (ปริมาณร้อยละ 24.5) รองลงมาคือความสะอาดรวมทั้งความพอใจ (ปริมาณร้อยละ 19.4 แล้วก็ 17.7 เป็นลำดับ) ต้องการทาน (จำนวนร้อยละ 14.9) คุณประโยชน์ทางโภชนาการ (ปริมาณร้อยละ 12.8) ความสะดวกรวดเร็วและก็ราคามีน้อยกว่าจำนวนร้อยละ 10

จากจำนวนดังกล่าวบ่งบอกถึงอย่างชัดเจนว่า ผู้ซื้อส่วนมากมีความสนใจในเรื่องของคุณประโยชน์ทางโภชนาการค่อนข้างจะน้อย (ปริมาณร้อยละ 12.8) ซึ่งมีผลกระทบโดยตรงต่อสุขภาวะของประชากร

อาหารคลีนๆ วิธีการทวงคืนสุขภาพร่างกาย

การปรากฎขึ้นมาของกระแสการบริโภคอาหารคลีนนับว่าเป็นวิธีการที่ผู้บริโภคใช้สำหรับการทวงคืนสุขภาพที่แข็งแรงในทางหนึ่ง เป็นภาพสะท้อนถึงความโหยหาคุณภาพชีวิตที่ดีซึ่งสามารถเริ่มได้ด้วยตัวเอง คลีนฟู้ด (Clean Food) เป็น ของกินที่ลดการปรุงแต่งให้เหลือน้อยที่สุด จำกัดวิธีการต่างๆก่อนเข้าสู่ร่างกาย โดยของกินที่จัดอยู่ในกลุ่มคลีนฟู้ดนั้นมีจำนวนมาก ได้แก่ ผักสด ผลไม้สด ข้าวกล้องที่ไม่ผ่านการขัดสี ของกินที่ไม่ต้องทอดหรือต้ม หรือปิ้งกระทั่งไหม้เกรียม ฯลฯ

0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0

วิถีฮาลาล มหาเมตตาสู่มนุษย์โลก

อิสลามปรารถนาให้มนุษยชาติบริโภคแต่สิ่งที่ดี ๆมีคุณประโยชน์ ดังจะมองเห็นได้จากโองการจากคัมภีร์อัล-กุรอาน ซึ่ง สิ่งดีๆที่อิสลามหมายคือก็คือ อาหารฮาลาล

วิธีการฮาลาลได้ถูกเผยแพร่คราวแรกเมื่อกว่า 1,400 ปีที่ผ่านมา นับเป็นมาตรฐานทางอาหารที่ดั้งเดิมที่สุดของโลก อิสลามได้ระบุวิถีทางสำหรับเพื่อการบริโภคให้กับผู้เชื่อในศาสนาอิสลามให้ดำรงตนอยู่ในแนวทางทางสายกลาง และไม่ส่งเสริมให้บริโภคกระทั่งเกินกำลัง ซึ่งมีผลเสียทั้งต่อสุขภาพและก็จิตวิญญาน ในเวลาเดียวกันก็ไม่ได้ส่งเสริมการดำรงชีวิตแบบนักพรตที่ละเว้นจากการบริโภค

ในเวลาเดียวกัน อาหารฮาลาลมิได้เป็นแค่เพียงกฎเกณฑ์สำหรับในการบริโภค แม้กระนั้นยังนับว่าเป็นศาสนกิจอย่างหนึ่ง เป็นการแสดงออกถึงการยินยอมต่อแนวทางของศาสนา สำหรับการยับยั้งความปรารถนาบางสิ่งบางอย่างที่ขัดกับวิธีการศาสนา ส่วนการบริโภคอาหารที่ไม่ฮาลาลเป็นต้นเหตุหนึ่งที่นำสู่ไฟแดนนรก

การที่วิธีการฮาลาลเป็นเยี่ยมในวิธีการของศาสนาได้เปลี่ยนเป็นเครื่องรับรองว่าอาหารฮาลาลจะไม่มีทางสูญหายไปตราบเท่าที่ยังมีผู้เชื่อในศาสนาอิสลาม

อิสลามเป็นศาสนาที่ถูกประธานลงมาด้วยกับลักษณะที่สอดคล้องกับธรรมชาติของมนุุษย์ สอดคล้องและก็เหมาะสมกับทุกกรณียกิจในชีวิต การนำเอาวิธีการศาสนาไปปฏิบัติในชีวิตประจำวันไม่ได้เป็นเพียงแต่การแสดงออกถึงความซื่อสัตย์ต่อพระผู้สร้างเพียงแค่นั้น แม้กระนั้นชาวมุสลิมยังมั่นใจว่านั่นจะเป็นแนวทางที่ก่อให้เกิดความสบายและก็การบรรลุเป้าหมายอีกทั้งณ เวลานี้ แล้วก็ในชาติหน้า

0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0

Cr. UFABET

0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0

วัฒนธรรมการกินของคนมุสลิม

วัฒนธรรมการกินของคนมุสลิม
วัฒนธรรมการกินของคนมุสลิม

วัฒนธรรมการกินของคนมุสลิม การเข้าสู่ชุมชนอาเซียน ถ้าหากจะมองดูด้านช่องทางจากการมีประชาชน 60 กว่าล้าน เป็นกว่า 600 ล้านคนโดยเฉพาะอย่างยิ่งพี่น้องชาวอิสลาม พวกเราสามารถที่จะทำกิจกรรมหรือดำรงชีพต่างๆได้อีกมากมาย เพื่อเกิดรายได้เข้าประเทศ รวมทั้ง เป็นรายได้เลี้ยงครอบครัว

หนึ่งในอาชีพที่น่าดึงดูดที่สุดอย่างหนึ่งก็คือ การบริการด้านอาหาร ซึ่งเป็นข้อกำหนดอย่างหนึ่งที่พี่น้องชาวอิสลามในอาเซียน ยังไม่เข้ามาในประเทศไทยเท่าไรนัก เนื่องจากว่าหาอาหารยาก ซึ่งถ้าเกิดพวกเราสามารถปรับพฤติกรรม เปลี่ยนวิธีการให้บริการที่สอดคล้องกับวัฒนธรรมชาวมุสลิมแล้ว จะได้ประโยชน์จากประเด็นนี้เป็นอย่างยิ่ง

คนมุสลิมที่เชื่อในศาสนาอิสลาม มีวัฒนธรรมการกิน ที่เป็นไปตามวิถีชีวิตของชาวอิสลาม เป็นเลือกบริโภคของกินเฉพาะที่มีคุณประโยชน์ต่อสภาพร่างกาย บริโภคของกินที่มีคุณประโยชน์ ซึ่งทั่วๆไปเรียกว่า “ฮาลาล”ยิ่งไปกว่านี้ องค์อัลลอฮ ทรงชี้แนะให้ชาวมุสลิมบริโภคสิ่งที่บำรุงร่างกายได้ เป็นต้นว่า นม น้ำผึ้ง ผลไม้ อาหารทะเล การบริโภคจะต้องอยู่ในอาการสำรวม ไม่ยืนหรือเดินขณะทานอาหาร

ของกินที่ไม่อนุญาตให้ชาวมุสลิมบริโภค เป็น หมู โดยคนมุสลิมมั่นใจว่า หมูเป็นสัตว์สี่เท้าที่ รับประทานอาหารไม่เลือกรวมทั้งเป็นสัตว์ที่มี เชื้อโรคด้านในตัวมากมาย เป็นเชื้อโรคที่ฆ่าให้ตายได้ยาก อย่างไรก็แล้วแต่ถ้าเกิดชาวมุสลิมอยู่ในสถานการณ์ฉุกเฉิน เมื่อสุดวิสัยที่จะหาอาหารใดๆก็ตามได้แล้ว ถ้าไม่กินอาหารอันจะได้ผลสำเร็จต่อชีวิตหรือสุขภาพก็ยินยอมให้บริโภคได้ ส่วนของกินที่เป็นของเมาทุกหมวดหมู่ ดังเช่นว่า สุรา เบียร์สด มีข้อกำหนดอย่างเห็นได้ชัด แม้กระทั้งจะเอามาผสมยารักษาโรคก็จัดว่าทำไม่ได้ และก็การห้ามดังที่กล่าวมาข้างต้นให้รวมทั้งผู้เข้าไปมีส่วนร่วมสำหรับเพื่อการผลิต ตัวแทนจำหน่าย ผู้เสิร์ฟ หรือบริการด้วย

“ของกินชาวมุสลิม” ผู้ที่จะทำกับข้าวจำพวกนี้ควรจะเป็นคนมุสลิมแค่นั้น ที่สำคัญจะต้องปรุงให้ถูกตามหลักข้อกำหนดอิสลาม ไม่ขัดกับข้อบังคับอิสลาม และก็ยังควรมีแนวทางการปรุงที่สะอาด รวมถึงส่วนประกอบก็จะต้องสะอาด หรือไม่ส่อว่าอาจมีเชื้อโรค ของกินยอดฮิตของชาวไทยชาวมุสลิม คือ ข้าวหมกไก่ ซุปเนื้อวัว ข้าวยำ ไก่ฆอและ ก็ของหวาน อาเกาะ โรตีปาแย โรตี มะตาบะ ไม่ว่าจะเป็นเทศกาลรักษาศีลอดหรือเทศกาลอื่น อาทิเช่น ฮารีรายอ , งานสมรส , งานขึ้นบ้านรวมทั้งในประเทศอาเซียนอย่างประเทศมาเลเซีย ก็มีวัฒนธรรมการกินที่คลายกัน ดังเช่น นาซิ เลอมัก (NasiLemak) เป็นในของกินที่ได้รับความนิยมในมาเลเซีย เป็นข้าวผัดกับน้ำกะทิแล้วก็สมุนไพรเสิร์ฟพร้อมทั้งปลากะตักทอด แตงกวาหั่น ไข่ต้มสุกและก็ถั่วอบ

ของหวานก็จะเป็น สะเต๊ะ เป็นของกินที่รู้จักแพร่หลาย นิยมใช้เนื้อโคหรือเนื้อไก่ปิ้งบนเตาถ่าน กินกับน้ำปรุงรสรสชาติหวานหอมเผ็ดแล้วก็เครื่องเคียง ดังเช่นว่า แตงกวา หัวหอมหรือข้าวต้มผูก

ด้วยเหตุดังกล่าวก็เลยสรุปได้ว่า ของกินชาวมุสลิมจะต้องไม่ขัดกับบทบัญญัติของอิสลาม คือ ไม่มีส่วนประกอบที่ต้องห้าม เป็นต้นว่า เนื้อหมู น้ำมันหมู หรือสินค้าอื่นๆจากหมู รวมทั้งเลือดสัตว์ไม่ว่าจำพวกใด ของกินที่มาจากพืชที่เป็นพิษและก็ทำให้เป็นอันตรายทุกหมวดหมู่ และก็ของกินหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หรือมีส่วนประกอบที่เกิดอันตรายทั้งสิ้น ซึ่งสำหรับการไปสู่ชุมชนอาเซียน จะมีพี่น้องคนมุสลิมในขณะที่เป็นคนประเทศไทยเองแล้วก็จากประเทศเพื่อนบ้าน เข้ามาในประเทศไทยเยอะขึ้นเรื่อยๆ การบริการด้านของกิน เป็นเรื่องสำคัญ ถ้าเกิดคนไหนที่พอใจที่จะประกอบธุรกิจการบริการด้านของกิน ก็ทดลองไปศึกษาเล่าเรียนใส่ความรู้กันดู เพราะเหตุว่าแนวทางการทำการค้าขายชนิดนี้จะไปได้หรือเปล่า ขึ้นกับผู้ใช้เป็นผู้เลือก ถ้าเกิดพวกเราทำได้ดีแล้วก็มีมาตรฐานรับประกันเป็นที่น่าไว้วางใจ ช่องทางค้าขายกับพี่น้องชาวอิสลาม ก็จะเป็นไปอย่างราบรื่น

0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0

Cr. UFABET

0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0

เศรษฐกิจพอเพียงกับแนวทางอิสลาม

เศรษฐกิจพอเพียงกับแนวทางอิสลาม
เศรษฐกิจพอเพียงกับแนวทางอิสลาม

เศรษฐกิจพอเพียงกับแนวทางอิสลาม ในคำว่า เศรษฐกิจ นั้นเป็นคำที่เกิดขึ้นมาจากการนำเอาคำ 2 คำมาสนธิกัน คือ คำว่า เศรษฐ- (เสดถะ) ซึ่งเป็นคำวิเศษณ์ คือ ดีงาม, ยอดเยี่ยม, ดีเลิศ, วิเศษ กับคำว่า กิจ (กิด) คือ ธุระ, งาน เพราะฉะนั้นคำว่า “เศรษฐกิจ” ก็เลยคือ งานอันเกี่ยวกับการสร้าง การจำหน่ายแจกจ่าย และก็การบริโภคใช้สอยสิ่งต่างๆของชุมชน (พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2525 หน้า 786)

ซึ่งถ้าหากไตร่ตรองความหมายตามรากศัพท์เดิมก็จะได้ความหมายแบบง่ายๆว่า : งานที่สุดยอด หรืองานที่ดีงาม ซึ่งสื่อความหมายแล้วก็นัยกว้างโดยเกี่ยวข้องถึงการสร้าง การจำหน่ายแจกจ่าย การบริโภคใช้สอยสิ่งต่างๆทั้งยังในส่วนของปัจเจกชนรวมทั้งสังคมโดยรวม

ส่วนคำว่า “เพียงพอ” หรือ “เพียงพอ” เป็นคำที่สื่อความหมายใกล้เคียงกัน คือ หมายความว่า ได้เท่าที่อยากได้ หรือได้เท่าที่กะไว้ หรือ เหมาะสมควรจะในระดับปานกลาง ฉะนั้นความหมายโดยรวมของคำว่า “เศรษฐกิจพอเพียง” ก็เลยมีความนัยระบุที่อยู่ในกรอบวิธีการของอิสลาม ซึ่งยึดทางสายกลางเป็นหลัก ดังมีคำสั่งสอนบอกว่า :

خَيْرُ الأُمُوْرِ أَوْسَطُهَا “ที่ยอดเยี่ยมของธุรกิจการค้าทั้งหลายคือ ตรงกลางของมัน

(รายงานโดยอิบนุ อัสสัมอานีย์-ฎ่ออีฟ)

ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชทานแนวความคิดสำหรับในการดำรงชีพตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เอาไว้แก่ประชากรของท่าน ดังต่อไปนี้

1. ยึดมั่นความประหยัดและมัธยัสถ์ ลดรายจ่ายในทุกด้านลดละความสิ้นเปลืองสำหรับการดำรงชีวิต

2. ยึดมั่นการเลี้ยงชีพด้วยความถูกต้องแน่ใจ ไม่คดโกง

3. ละเลิกการยื้อแย่งผลตอบแทนแล้วก็แข่งขันกันในทางการค้าขายแบบต่อสู้กันอย่างหนัก

4. ไม่อยู่กับที่ที่จะหาทางให้ชีวิตหลุดพ้นจากความลำบาก ด้วยการขวนขวายใฝ่หาวิชาความรู้ให้มีรายได้เพิ่มพูนขึ้น จนกระทั่งขั้นเพียงพอเป็นจุดมุ่งหมายสำคัญ

5. กระทำตนในแนวทางที่เยี่ยม ลดละสิ่งชั่วช้า กระทำตนตามหลักศาสนา

0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0

แนวความคิดสำหรับการดำรงชีวิตตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงวางเอาไว้อีกทั้ง 5 ประการนั้นมีความกลมกลืนกับคำสอนของอิสลาม ซึ่งมีปรากฏอย่างแจ่มแจ้งในคู่มืออัลกุรฺอานรวมทั้งอัล-หะดีษอีกด้วย

0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0

Cr. UFABET

ของกินฮาลาลแล้วก็ฮารอม

ของกินฮาลาลแล้วก็ฮารอม
ของกินฮาลาลแล้วก็ฮารอม

ของกินฮาลาลแล้วก็ฮารอม จุดสำคัญรวมทั้งความหมายของกินฮาลาล

ชาวมุสลิมมีความเชื่อถือว่า “ไม่มีพระผู้เป็นเจ้าอื่นใดเว้นแต่อัลลอฮฺ นบีมูฮัมมัดเป็นผู้สื่อ (รอซูล) ของอัลลอฮฺ” รวมทั้งชาวมุสลิมมีความเชื่ออย่างแน่ใจว่า อัลลอฮฺ เป็นผู้สร้างมนุษย์และก็ทุกสิ่งในจักรวาล ด้วยเหตุผลดังกล่าว คำสั่งของอัลลอฮฺ (อัล-กุรอาน) คำกล่าวอบรมสั่งสอนรวมทั้งตัวอย่างของนบีมูฮัมมัด (ซุนนะห์) ก็เลยเกิดเรื่องที่ชาวมุสลิมควรต้องประพฤติตามด้วยใจจริงแล้วก็เอาจริงเอาจัง พูดอีกนัยหนึ่ง ปฏิบัติในสิ่งที่อนุมัติ (ฮาลาล) และไม่ปฏิบัติในสิ่งที่เป็นข้อที่ไม่อนุญาต (ฮารอม) ด้วยความ เต็มอกเต็มใจแล้วก็ยินดu

ฮาลาล-ฮารอม ในอิสลามก็เลยไม่ได้หมายความเพียงแต่การบริโภคของกินเพียงแค่นั้น แม้กระนั้นเกี่ยวเนื่องถึงวิถีการดำเนิน ชีวิตในทุกด้าน เนื่องจากอิสลามเป็นระบอบที่การดำรงชีวิตของผู้คน ของกินฮาลาล (Halal Food) ก็เลยเป็นสิ่งสำคัญสำหรับชาวมุสลิมสำหรับการบริโภค ส่วนคนที่ไม่ใช่ชาวมุสลิมแม้บริโภคของกินฮาลาลก็จะได้ประโยชน์ต่อร่างกายสิ่งเดียวกันด้วยเหตุว่าของกินฮาลาลต้องมีกรรมวิธีการผลิตที่ถูกตามข้อบังคับที่อิสลามไม่มีของต้องห้าม (ฮารอม) แล้วก็มีคุณค่าทางของกิน (ตอยยิบ) อัลลอฮฺ (ซ.บ) ได้มีบัญชาการเอาไว้ภายในบทที่ 2 วรรคที่ 168 ในคู่มืออัล-กุรอาน ความว่า

“โอ้มนุษย์ จงบริโภคสิ่งที่อนุมัติ (ฮาลาล) ที่ดี (ตอยยิบ) จากสิ่งที่อยู่ในแผ่นดิน และจงอย่าตามบรรดา ก้าวเดินของมาร (ซัยตอน) แท้จริงมันคือศัตรูที่ชัดแจ้งของพวกเจ้า”

และก็อัลลอฮฺ (ซ.บ) ได้สั่งย้ำผู้เลื่อมใสไว้ภายในบทที่ 2 วรรคที่ 172 ความว่า

“โอ้บรรดาผู้ศรัทธา จงบริโภคสิ่งที่เราได้ให้เป็นปัจจัยยังชีพของพวกเจ้าจากสิ่งที่ดีทั้งหลาย และจงขอบคุณ อัลลอฮฺเถิด เฉพาะพระองค์เท่านั้นที่พวกเจ้าจักเป็นผู้เคารพสักการะ”

ของกินฮาลาลก็เลยมีความจำเป็นต่อมนุษย์แล้วก็เป็นเรื่องสำคัญสำหรับชาวมุสลิมทั่วทั้งโลก

0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0

ความหมายของคำ (ภาษาอาหรับ) “ฮาลาล ฮารอม ตอยยิบ มัสบุฮฺ”

• ฮาลาล (Halal) หมายความว่า อนุมัติ, อนุญาต

• ฮารอม (Haram) มีความหมายว่า ห้าม ตรงกันข้ามกับคำว่า ฮาลาล

• ตอยยิบ (Toyyib) หมายความว่า ดี มีคุณค่า ไม่มีอันตราย

• มัสบุฮฺ (Musbuh) หมายความว่า แคลงใจสงสัยว่าฮาลาลหรือฮารอม UFABET

0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0

การแพร่หลายของศาสนาอิสลามในออสเตรีย

การแพร่หลายของศาสนาอิสลามในออสเตรีย
การแพร่หลายของศาสนาอิสลามในออสเตรีย

การแพร่หลายของศาสนาอิสลามในออสเตรีย ความฝันอันดีเยี่ยมของชาวมุสลิมในยุโรป (อัลอิสลาม อัล-เยาวฺม์)

ในระหว่างที่การรณรงค์ในเชิงปรปักษ์กำลังเป็นไปอย่างเข้มข้น การแบ่งแยกเชื้อชาติและก็การตัดทอนต่อความอิสระทางศาสนาที่ปฏิบัติกับชนหมู่น้อยชาวอิสลามกำลังมากขึ้นในกลุ่มประเทศในทวีปยุโรป ไม่ว่าจะเป็นประเทศฝรั่งเศส อิตาลี ฮอลแลนด์ หรือ เบลเยียม กระนั้นลำแสงที่รัศมีของอิสลามก็ปรากฏขึ้นในแผ่นฟ้าของประเทศออสเตรีย ซึ่งเป็นประเทศของผู้ถือในศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิกจำนวนมาก

ผลจากการสำรวจสถิติอย่างเป็นทางการของออสเตรียระบุว่ามีอัตราสามัญชนที่มุ่งสู่การยินยอมรับเชื่อในศาสนาอิสลามมากขึ้นเรื่อยๆอย่างไม่เคยมีมาก่อนในประเทศนี้ แล้วก็มีอัตราการออกจากศาสนาคริสต์มากเพิ่มขึ้นอีกด้วย

ปริมาณสามัญชนของชาวมุสลิมในออสเตรียตามสถิติที่เผยแพร่ในปี ค.ศ. 2005 บอกว่ามีคนมุสลิมในออสเตรียราว 400,000 คน คิดเป็น 4% ของปริมาณสามัญชนในทวีปยุโรปโดยรวม ผลที่ได้รับจากการสำรวจปัจจุบันยังระบุอีกว่า มีชาวคริสต์ชนชาติออสเตรียราว 5 แสนคนได้เห็นด้วยเชื่อในศาสนาอิสลามในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา นอกจากมีปริมาณคนรับอิสลามเพิ่มขึ้นเรื่อยๆแต่ละวัน

คนกลุ่มน้อยชาวอิสลามในประเทศออสเตรียได้รับการยินยอมรับจากทางการของออสเตรียมาเป็นเวลาหลายทศวรรษแล้ว และก็ทางการของออสเตรียก็อนุญาตให้สอนวิชาอิสลามศึกษาเล่าเรียนในสถานศึกษาของรัฐบาลที่อยู่ในเขตพื้นที่ซึ่งมีชาวมุสลิมอาศัยอยู่หนาแน่น และก็เมื่อเร็วๆนี้ได้มีการวางศิลาพื้นฐานของมัสยิดและก็ศูนย์กลางอิสลามในเมือง “กราติส” ของออสเตรียเพื่อเป็นที่ระลึกนึกถึงครบรอบ 100 ปีที่การยอมรับศาสนาอิสลามอย่างเป็นทางการของออสเตรียอีกด้วย

สถาบัน ซี อินเตอร์เนชันแนล ของประเทศเบลเยี่ยมซึ่งเป็นหน่วยงานที่ใหญ่ที่สุดในด้านการสำรวจสถิติสากลของยุโรป เผยข้อมูลสถิติปริมาณผู้เชื่อในศาสนาอิสลามในยุโรประหว่าง ปี ค.ศ. 2010-2011 ว่ามีปริมาณมากขึ้น 17% นับว่าเป็นสถิติการขยายตัวของอิสลามในยุโรปสูงที่สุดเท่าที่มีการบันทึกเอาไว้

ผลที่ได้รับจากการสำรวจสถิติดังที่ได้กล่าวผ่านมาแล้ว ทำให้ปริมาณสามัญชนของชาวอิสลามมีจำนวนถึง 23 ล้านคน จากสามัญชนใน 19 ประเทศที่เป็นสมาชิกสหภาพยุโรป ดังนี้ไม่นับรวมจำนวนสามัญชนชาวมุสลิมอีก 7 ล้านผู้ที่ไม่มีเอกสารสำคัญคนต่างด้าวอย่างเป็นทางการ

ดังนี้มีปัจจัยหลัก 4 ประการที่ทำให้ศาสนาอิสลามมีความแพร่หลายแล้วก็มีจำนวนสามัญชนชาวมุสลิมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆในกลุ่มประเทศในทวีปยุโรปในตอนหลังมานี้ เป็น ความเชื่อถือในอิสลาม ภูมิศาสตร์ประชากร ความรู้สึกร่วมในด้านประวัติศาสตร์ แล้วก็วัฒนธรรมอิสลามที่กำลังรุกอยู่ในภูมิภาคยุโรปในขณะนี้ กอรปกับยุโรปกำลังเจอปัญหาความเสื่อมถอยในด้านศาสนาที่เป็นเปรียบเสมือนการล่มสลายของศาสนาคริสต์อันมีต้นเหตุที่เกิดจากการไม่ยอมรับความเลื่อมใสงทางศาสนาของคนยุโรปที่มากเพิ่มขึ้น

0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0

ศูนย์ไบโอเพื่อการศึกษาเรียนรู้และค้นคว้าและทำการวิจัยศาสนาและก็คุณภาพชีวิตของอเมริกา ได้เผยข้อมูลการสำรวจสถิติปริมาณสามัญชนชาวมุสลิมทั้งโลกว่า อีก 20 ปีด้านหน้าปริมาณพลเมืองชาวมุสลิมทั้งโลก UFABET จะมากขึ้นเป็น 35% แล้วก็ในยุโรปจะมากขึ้นอีก 2% เป็นขั้นต่ำ เฉพาะในประเทศฮอลแลนด์จะมีปริมาณสามัญชนชาวมุสลิม 1,300,000 คน ในปี ค.ศ. 2030 คิดเป็น 7.8% จากปริมาณสามัญชนโดยรวมของฮอลแลนด์

0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0

การผูกขาดของอิสลามสู่การค้าเสรีของชาติยุโรป

การผูกขาดของอิสลามสู่การค้าเสรีของชาติยุโรป
การผูกขาดของอิสลามสู่การค้าเสรีของชาติยุโรป

การผูกขาดของอิสลามสู่การค้าเสรีของชาติยุโรป กาแฟได้ไปสู่ยุโรปครั้งแรกในตอนศตวรรษที่ ๑๖ ผ่านเชิงพาณิชย์ขายระหว่างเวนิสกับแอฟริกาเหนือ อียิปต์ รวมทั้งดินแดนในตะวันออกกลาง แต่ว่าในระยะแรกของการรับทราบเรื่องเกี่ยวกับกาแฟนั้น ยังคงจำกัดขอบเขตอยู่แม้กระนั้นเฉพาะทางด้านวิชาพฤกษศาสตร์และก็การแพทย์ โดยใช้เพื่อสำหรับในการรักษาลักษณะของการปวดตา หูหนวก เมื่อย แล้วก็โรคลักปิดลักเปิด อีกทั้งชาวยุโรปที่อยู่ฝ่ายเดียวกับศาสนจักรยังมีความคิดเห็นว่า กาแฟเป็นเครื่องดื่มของอสุรกายที่ลงโทษพวกชาวมุสลิมไม่ให้สามารถกินไวน์อันเป็นเครื่องดื่มศักดิ์สิทธิ์ของชาวคริสต์ได้ จนตราบเท่าถึงตอนต้นศตวรรษที่ ๑๗ ทางศาสนจักรก็ได้มีการระบุสถานะของกาแฟขึ้น พระสันตะปาปาเคลเมนต์ที่ ๘ (C l e m e n t VIII) ได้สารภาพเครื่องดื่มนี้ภายหลังที่ได้ลิ้มรสแบบอย่างกาแฟที่พ่อค้าชาวเวนิสจัดหามาให้ ทำให้กาแฟเริ่มเปลี่ยนเป็นเครื่องดื่มที่แพร่หลายขึ้นแต่ว่ายังมีหน้าที่ทางด้านสังคมกับอำนาจอยู่น้อย จวบจนกระทั่งผู้แทนการทูตจากออตโตมันได้เดินทางไปยังประเทศฝรั่งเศสในปี ค.ศ. ๑๖๖๕ รวมทั้ง ๑๖๖๖ กับการชงเครื่องดื่มนี้แจกจ่ายให้แขกคนยุโรปในงานกลางคืนสมาคมที่หรูหราแห่งหนึ่งในกรุงปารีส

ร้านขายกาแฟที่แรกได้เกิดขึ้นในอิตาลีในปี ค.ศ. ๑๖๔๕ ในอังกฤษตอนราวทศวรรษ ๑๖๕๐ แล้วก็ในอัมสเตอร์ดัมทศวรรษ ๑๖๖๐ ซึ่งค๊อฟฟี่ช็อปแบบยุโรปนี้ได้เปลี่ยนแปลงภาพลักษณ์บรรยากาศของร้านขายกาแฟแบบอิสลามที่เป็นเปรียบเสมือนแหล่งมั่วสุมเป็นสถานที่งดงามแล้วก็เป็นทางการ นอกเหนือจากการเป็นสถานที่ดื่มกาแฟแล้ว ค๊อฟฟี่ช็อปยังเป็นเครื่องหมายของยุคสมัยใหม่อีกทั้งการบ้านการเมือง เศรษฐกิจ และก็สังคม พูดอีกนัยหนึ่ง ในตอนยุคศตวรรษนี้ ได้กำเนิดการเปลี่ยนแปลงอีกทั้งทางด้านการเมืองที่มีการเปลี่ยนแปลงไปสู่ระบอบลัทธิเสรีนิยม ระบบเศรษฐกิจที่แปลงจากการผูกขาดกิจการค้าโดยราชสำนักเป็นระบบการค้าเสรีระบบทุนนิยม แล้วก็สภาพสังคมที่เป็นสมัยที่เหตุผลและก็ความคิด ดังจะมองเห็นได้จากการที่ร้านขายกาแฟต่างๆเป็นแหล่งพบปะของคนเรานานาประการอาชีพ ได้แก่ ค๊อฟฟี่ช็อปแถบถนนหนทางเซ็นต์เจมส์และก็เวสมินสเตอร์จะเป็นแหล่งรวมตัวด้านการเมือง ค๊อฟฟี่ช็อปเกรเชียนเป็นร้านค้ารวมกันของผู้พึงพอใจวิทยาศาสตร์ ค๊อฟฟี่ช็อปบริเวณถนนหนทางรอยัลเอ็กซ์ศาสนาเชนจ์เป็นแหล่งรวมนักธุรกิจ๔ แล้วก็เป็นสถานที่จุดชนวนความเคลื่อนไหวทางด้านต่างๆอย่างการพิมพ์หนังสือปรินซิเพียพิสูจน์แนวความคิดการโคจรของดวงดาวของไอแซค นิวตัน ที่ได้เปลี่ยนเป็นฐานรากของวิทยาศาสตร์ฟิสิกส์ยุคใหม่จากการคุยกันภายในค๊อฟฟี่ช็อปเซ็นต์ดันสแตน การเปลี่ยนแปลงการคลังกิจการค้าเป็นระบบระบบทุนนิยมจากหนังสือ ความร่ำรวยของชาติŽ ที่เขียนโดย อดัม สมิท จากการเรียบเรียงในค๊อฟฟี่ช็อป การเปลี่ยนแปลงประเทศฝรั่งเศสที่เกิดขึ้นมาจากการปลุกระดมของ การ์มิล เดส์มูแลง หน้าร้านขายกาแฟเดอฟอย รวมทั้งยังเป็นจุดความเคลื่อนไหวการดื่มกาแฟอีกด้วย

ถึงแม้เครื่องดื่มกาแฟที่ชาวยุโรปดื่มในตอนแรกจะเป็นชนิดเดียวกันกับที่พวกชาวมุสลิมดื่ม รวมทั้งสถานะของกาแฟยังคงมีการรับทราบในรูปแบบของยารักษาโรคเป็นหลัก แม้กระนั้นเมื่อกองทัพออตโตมันล้มเหลว ความเพียรพยายามสำหรับการปิดล้อมเมืองเวียนนาในปี ค.ศ. ๑๖๘๓ ทำให้ชัยคราวนี้ไม่เพียงแค่เป็นการแสดงถึงจิตวิญญาณการต่อสู้ของคนเมืองเวียนนา แต่ว่ายังได้เปลี่ยนแปลงรูปแบบของกาแฟแบบเดิมด้วย เจ้าของร้านกาแฟในเวียนนา เกออร์ก คอลชิตสกี (G e o r g K o l s h i t s k i) ได้เปลี่ยนแปลงขั้นตอนการปรุงกาแฟแบบเตอร์กิช คอฟฟี่ (T u r k i s h C o f f e e) ที่ข้นเหนียวหนืดเสมือนโคลน โดยการกรองเอากากกาแฟออก ทำให้กาแฟเหลวเป็นน้ำ รวมทั้งเติมน้ำผึ้งกับนมลงไป การริเริ่มเปลี่ยนการปรุงกาแฟครั้งนี้ได้แพร่ไปทั่วทั้งยังยุโรปผ่านทางพ่อค้าหลายชาติทั้งยังพ่อค้าชาวกรีก เลบานอน อาร์เมเนียน รวมทั้งพ่อค้าชาวคริสต์อื่นๆทำให้มีอาการชาวยุโรปหลายประเทศคิดค้นการปรุงกาแฟขึ้นมากมายหลากหลายแนวทางอีกทั้งการชง การคั่ว รวมทั้งการผสมกาแฟ เช่น เอสเปรสโซ (E s p r e s s o) ซึ่งเป็นกาแฟดำข้นแบบเร่งด่วนตามชื่อ กาแฟที่โรยผิวหน้าด้วยฟองนมอย่างคาปูชิโน (C a p p u c c i n o) หรือคาเฟ่ โอ เลต์ (C a f e a u l a i t) U F A B E T ที่เป็นกาแฟใส่นม ฯลฯ

0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0

เนียตอาบน้ำหลังมีเพศสัมพันธ์

เนียตอาบน้ำหลังมีเพศสัมพันธ์
เนียตอาบน้ำหลังมีเพศสัมพันธ์

เนียตอาบน้ำหลังมีเพศสัมพันธ์ อิสลามให้มีข้อบังคับให้มี การอาบน้ำเพื่อชำระฮะดัสใหญ่ อันตัวอย่างเช่น การมีญะนาบะฮฺ การมีเมนส์ หลังคลอดลูก หลังมีเพสสัมพันธ์ หลังมีน้ำอสุจิเคลื่อน หลังการคลอดลูก แล้วก็เกี่ยวกับจะปฎิบัติศาสนกิจบางสิ่งบางอย่าง ดังเช่นว่า อาบน้ำวันศุกร์ แล้วก็ก่อนที่จะครอบครองเอี๊ยะรอมในพิธีฮัจญ์ฯลฯ

ลืมอาบน้ำยกหะดัษ หลังมีเซ็กส์ ละหมาดใช้ได้ไหม?

กรรมวิธีการ เนียตอาบน้ำหลังมีเพศสัมพันธ์

ขั้นตอนการเนียต (ตั้งเป้าหมาย,คิดในใจ) ที่สำคัญเจตนาอาบน้ำอะไร

แบบอย่างเนียตอ่าบน้ำหลังหมดประจำเดือน ให้เนียตว่า “ข้าพเจ้าอาบน้ำยกฮาดัษใหญ่ฟัรดูเฮด เพื่ออัลลอฮ์”

(ฟัรดู – อันเป็นข้อบัญญัติจำเป็นต้องทำ) (เฮด -ประจำเดือน)

(ฮาดัษใหญ่ – ชำระล้างครั้งใหญ่ / ฮาดัษเล็ก – ชำระล้างแบบเล็ก ซึ่งก็คืออาบน้ำละหมาด

เนียตอาบน้ำหลังร่วมเพศ ให้เนียตว่า “ข้าพเจ้าอาบน้ำยกฮาดัษใหญ่หลังร่วมเพศ เพื่ออัลลอฮ์” เท่านี้ก็ใช้ได้

แนวทางอาบน้ำข้างหลังร่วมเพศ มีขั้นตอนดังต่อไปนี้

  1. เริ่มด้วยการกล่าวบิสมิ้ลลาฮฺ
  2. ล้างมือทั้งสองข้างพร้อมกัน
  3. ล้างทวารทั้งคู่ให้สะอาดด้วยมือซ้าย
  4. เริ่มกระทำอาบน้ำละหมาด
  5. ล้างมือทั้งสองข้าง 3 ครั้ง
  6. เอามือขวาวักน้ำใส่ปากครั้งหนึ่งเหลือไว้บางส่วนสูดเข้าจมูก ส่วนที่อยู่ในปากให้กลั้วปากแล้วก็คอ บ้วนทิ้ง ทำแบบนี้ 3 ครั้ง
  7. ล้างบริเวณใบหน้าให้ทั่ว 3 ครั้ง
  8. ล้างแขนด้านขวาถึงศอก 3 ครั้ง
  9. ล้างแขนซ้ายถึงศอก 3 ครั้ง
  10. เอามือทั้งคู่จุ่มลงในน้ำเช็ดถูศีรษะ 1 ครั้ง
  11. เอาน้ำราดศีรษะ รวมทั้งขยี้ผมให้เปียกชุ่ม ให้ทั่วถึงหนังศีรษะ
  12. เอาน้ำรดศีรษะ 3 ครั้ง
  13. เอาน้ำรดร่างกายทางด้านขวา พร้อมใช้มือถามผิวหนังเพื่อกำจัดเช็ดสิ่งสกปรกต่างๆ
  14. เอาน้ำรดร่างกายทางด้านซ้าย พร้อมใช้มือถามผิวหนังเพื่อกำจัดเช็ดสิ่งสกปรกต่างๆ
  15. ล้างเท้าขวา 3 ครั้ง
  16. ล้างเท้าซ้าย 3 ครั้ง

ภายหลังอาบน้ำยกฮะดัสรวมทั้งสามารถละหมาดได้ ไม่มีความจำเป็นที่ต้องอาบน้ำละหมาดอีก

“ท่านร่อซูล ศอลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ไม่ได้อาบน้ำละหมาดอีกทีภายหลังอาบน้ำยกฮะดัสแล้ว” บันทึกโดยนักบันทึกฮะดีษทั้งยังห้า (อัตติรฺซีย์ ,อันนะซาอีย์,อิบนุมาญะฮฺ อบูดาวูด, อะหมัด)

0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0

การอาบน้ำญะนาบะฮ์ เป็น การอาบน้ำเพื่อชำระฮะดัษใหญ่อันมีเหตุมาจากการมีน้ำอสุจิเคลื่อนออกมาทั้งปวงศหญิงและก็ชาย U F A B E T ไม่ว่าจะด้วยกรณีหรือเหตุผลใดก็ตาม อย่างเช่น การฝัน,การร่วมเพศ,การสำเร็จความปรารถนา อื่นๆอีกมากมาย

0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0

นายิส

นายิส
นายิส

นายิส คืออะไร พร้อมแนวทางอาบน้ำนายิส ที่ถูกต้อง

อันนะญาซะฮฺ เป็นสิ่งสกปรกที่ชาวมุสลิมจำเป็นที่จะต้องกำจัดให้สะอาดบริสุทธิ์แล้วก็จำเป็นต้องชำระล้างให้สะอาดบริสุทธิ์ ตัวอย่างเช่น อุจจาระ ปัสสาวะ

สิ่งสกปรก (นะญิส) แบ่งได้ 2 จำพวก เป็น

  1. สิ่งสกปรกที่สัมผัสได้ (สิ่งที่เป็นรูปธรรม)
  2. สิ่งสกปรกที่สัมผัสไม่ได้ (สิ่งที่เป็นนามธรรม)

สิ่งสกปรกที่สัมผัสได้ (สิ่งที่เป็นรูปธรรม) มีหลายอย่างร่วมกันอย่างเช่น

  1. อุจจาระ ปัสสาวะของคนเรา

เว้นเสียแต่ปัสสาวะของเด็กผู้ชายที่ยังมิได้กินสิ่งใดเว้นแต่นม วิธีการทำความสะอาดโดยการประพรมน้ำลงบนปัสสาวะแล้วเช็ดถูออกนับว่าเพียงพอแล้ว

มีรายงานจากท่านอาลี รอฎิยัลลอฮุอันฮุ ว่า ท่านรอซูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม บอกว่า

بَوْلُ الْغُلاَمِ يَنْضَحُ عَلَيْهِ وَبَوْلُ الْجَارِيَةِ يُغْسَلُ

ความว่า : ปัสสาวะของเด็กผู้ชายนั้นให้ใช้น้ำประพรมแล้วก็ปัสสาวะของเด็กผู้หญิงนั้นให้ใช้น้ำล้าง(บันทึกโดย อะฮฺหมัด)

  • น้ำลายหมา

มีรายงานจากท่านอบีฮุรอยเราะฮฺ รอฎิยัลลอฮุอันฮุว่า ท่านนบีมุฮัมหมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้บอกว่า

طَهُوْرُ إِنَاءِأَحَدِكُمْ إِ ذَا وَلَغَ فِيْهِ الْكَلْبُ أَنْ يَغْسِلَهُ سَبْعَ مَرَّاتٍ أُوْلاَهُنَّ بِالتُّرَابِ

ความว่า : ต้องชำระล้างภาชนะของพวกท่านที่ถูกหมาเลีย ด้วยการล้างด้วยน้ำ 7 ครั้ง โดยหนแรกนั้นให้ล้างด้วยน้ำดิน(บันทึกโดยอัลบุคอรียฺและชาวมุสลิม)

  • เลือดรอบเดือน
  • เนื้อสุกร (หมู)
  • ซากสัตว์ตายโดยไม่ได้เชือดเว้นเสียแต่ปลากับตั๊กแตน

รายงานจากท่านอิบนิอุมัร รอฎิยัลลอฮุอันฮุมา ว่า ท่านนบีมุฮัมหมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้บอกว่า

أُحِلَّتْ لَنَامَيْتَتَانِ وَدَمَانِ فَأَمَّاالْمَيْتَتَانِ فَالْجَرَادُوَالْحُوْتُ وأَمَّاالدَّمَانِ فَالطِّهَالُ وَالْكَبِدُ

ความว่า : มีสัตว์ที่ตายเอง 2 จำพวก รวมทั้งเลือด 2 ประเภทที่อนุญาตให้พวกเรากินได้ สัตว์ที่ตายเอง 2 จำพวก เป็น ตั๊กแตนแล้วก็ปลา เลือด 2 ประเภทนั้นเป็นม้ามรวมทั้งตับ.

บันทึกโดย อะฮฺหมัดแล้วก็อิบนุมาญะฮฺ

  • เลือดที่ไหลออกมาขณะเชือด ดังเช่นว่าเลือดไก่ หรือเลือดโค

อัลลอฮฺทรงบอกในซูเราะฮฺอัลอันอาม อายะฮฺที่ 1 4 5 ว่า

قُلْ لاَ أَجِدُ فِي مَا أُوْحِيَ إِلَيَّ مُحَرَّمًا عَلَى طَاعِمٍ يَطْعَمُهُ إِلاَّ أَنْ يَكُوْنَ مَيْتَةً أَوْ دَمًا مَسْفُوْحًا أَوْ لَحْمَ خِنْزِيْرٍ فَإِنَّهُ رِجْسٌ

ความว่า : มุฮัมหมัด ควรกล่าวเถิดว่า ฉันไม่เจอข้อบังคับที่ถูกประทานลงมาให้แก่ฉันที่เป็นเรื่องต้องห้ามแก่ผู้บริโภค ที่จะบริโภคได้นอกเหนือจากซากสัตว์ตาย

หรือเลือดที่ไหลออกมาขณะเชือด หรือเนื้อหมูโดยความเป็นจริงมันนั้นเปรอะเปื้อน

  • ปัสสาวะรวมทั้งมูลสัตว์ที่เนื้อของมันรับประทานมิได้ อาทิเช่น แมว เสือ

มีรายงานจากท่านอิบนิ มัสอู๊ด รอฎิยัลลอฮุอันฮุ บอกว่า ท่านร่อซูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ออกไปถ่ายทุกข์ ท่านใช้ให้ฉันเอาหินมาสามก้อน ฉันหาหินมาได้สองก้อน ฉันเพียรพยายามหาก้อนที่สามแต่ว่าฉันหาไม่เจอ ฉันก็เลยเอามูลสัตว์แห้งไปให้

ท่านเอาหินสองก้อนแล้วโยนมูลสัตว์แห้งทิ้งไปรวมทั้งบอกว่า อันนี้เป็นสิ่งสกปรก

บันทึกโดยอัลบุคอรียฺ และก็อิบนุมาญะฮฺ

* ส่วนปัสสาวะแล้วก็มูลสัตว์ที่เนื้อของมันกินได้ ได้แก่ ไก่ เป็ด โค ดังที่กล่าวมาแล้วนี้ไม่เป็นนะญิส

สิ่งสกปรกที่สัมผัสไม่ได้ (สิ่งที่เป็นนามธรรม)

เป็นบรรดาผู้ตั้งภาคีต่ออัลลอฮฺ เพราะว่าภาวะจิตใจของเขาสกปรก เพราะว่าบูชาเจว็ดต่างๆไม่ใช่สกปรกทางร่างกาย

อัลลอฮฺทรงบอกในซูเราะฮฺอัตเตาบะฮฺ อายะฮฺที่ 2 8 ว่า

إِنَّمَا الْمُشْرِكُوْنَ نَجَسٌ

ความว่า : โดยความเป็นจริงบรรดาผู้ตั้งภาคีต่ออัลลอฮฺนั้นสกปรก U F A B E T

0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0

อัศจรรย์น้ำลายเเมว

อัศจรรย์น้ำลายเเมว
อัศจรรย์น้ำลายเเมว

อัศจรรย์น้ำลายเเมว ที่ท่านนบีเคยกล่าวไว้ 1 4 0 0 กว่าปี

ท่านร่อซู้ล (เซลเซียสลิตร) ได้กล่าวรับรอง เอาไว้ภายในฮาดีษหลายๆบทที่เกี่ยวกับแมวไว้ว่า มันนั้นสะอาดไม่มีนะญิส และก็นบีได้เรียกมันว่า الطوافين والطوافات ในบ้าน

แล้วก็มีรายงานอีกว่าท่านนบี (ซ.ล) ได้อาบน้ำละหมาดจากน้ำ ซึ่งที่แมวนั้นได้มาดื่มรับประทานแล้ว และก็น้ำนั้นเป็นน้ำที่สะอาด (หะดิษเกี่ยวกับแมว)

มีปัญหาที่น่าไตร่ตรองว่า ท่านรอซูล (ซ.ล.) เป็นแพทย์หรือนักวิทยาศาสตร์หรือไม่? ท่านทราบได้เช่นไรว่า น้ำลายของแมวนั้นสะอาดไม่มีนะญิส, ท่านร่อซู้ลเคยรายงานในฮาดีษเกี่ยวกับหมาว่าน้ำลายของมันนั้นเป็นนะญิส แล้วก็วิทยาศาสตร์ในตอนนี้ก็ได้รับรองแล้วว่า น้ำลายของหมานั้นมันมีเชื้อโรคจำนวนมาก

โดยเหตุนั้นพวกเราจะทราบได้เช่นไรว่า น้ำลายของแมวนั้นสะอาดไม่มีเชื้อโรค

ตั้งแต่นี้ต่อไป พวกเราจะกระทำการทดสอบเพื่่อพิสูจน์ให้มีความคิดเห็นว่า ผลของการทดสอบตรงกับคำกล่าวของท่านนบี (ซ.ล) ซึ่งท่านได้กล่าวถึงแล้ว เมื่อ 1400 กว่าปี

ตามธรรมชาติของแมวนั้นมันมีนิสัยเป็นที่รู้กันอยู่แล้วว่ามันชอบที่จะทำความสะอาดตัวมันเอง กระทั่งนักวิทยาศาสตร์คนนึงที่ชื่อบาสตูร ได้บอกว่า แมวนั้นเป็นสัตว์รักสะอาด เพราะเหตุว่ามันนั้นจะชำระล้างตัวของมันทุกๆวัน โดยที่มันจะชำระล้างตัวมันเองกระทั่งไม่เหลือที่ให้มันทำความสะอาด

เรื่องจริงและก็ผลของการทดสอบเล็กน้อยที่น่าไว้วางใจ ความเกี่ยวข้องกันสำหรับในการชำระล้างภายในร่างกายแมว

การแสดงผิวด้านนอกของแมวนั้นพวกเราจะพบว่ามีเซลล์ซึ่งปฏิบัติหน้าที่เป็นตัวคุ้มครองดังเช่นว่าเซลล์เม็ดเลือดขาว และก็เซลล์อีกมากมายดังในรูปซึ่งเซลล์กลุ่มนี้ปฏิบัติภารกิจต้านเชื้อโรคต่างๆ

ส่วนในรูปนี้จะมองเห็นได้ว่าพื้นผิวลิ้นของมันนั้นมีลักษณะเป็นปุ่มขรุชระ รวมทั้งปุ่มตะปุ่มตะป่ำนี้มีลักษณะที่งอเปรียบเหมือนแปลงที่ไว้ชำระล้างผิวของมันอย่างดีเยี่ยม

ลิ้นของมันนั้น เป็นเครื่องไม้เครื่องมือที่ดีเยี่ยมที่สุดสำหรับการชำระร่างกายมันด้วยเหตุดังกล่าวผิวที่หยาบคายของมันนั้นเป็นตัวกำจัดขนที่ตายแล้ว รวมทั้งขนที่กองอยู่ที่ผิวของมัน

ไม่เป็นที่น่ามหัศจรรย์เลยว่าแมวนั้นชอบที่จะดื่มนม ถ้าว่าวิธีการใช้ลิ้นตวัดขณะที่มันดื่มนั้นยากที่จะนำรูปภาพมาให้ดูได้อย่างเห็นได้ชัด

ในเวลาเดียวกันนั้นพวกเราจะมองเห็นได้ว่า ลิ้นของมันนั้นมีปุ่มที่แหลมปกคลุมอยู่โดยที่มันจะใช้ปุ่มพวกนี้ราวกับกระเป๋าเล็กๆเพื่ออุ้มของเหลวไปยังปากแล้วกลืนลงไป

0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0

พวกเราจะมองเห็นได้ในรูปนี้ซึ่งกรรมวิธีการกินน้ำของแมวโดยที่มันจะโค้งลิ้นของมันเพื่อจะตักน้ำเล็กน้อยมาอุ้งไว้แล้วใส่เข้าไปในปาก U F A B E T โดยที่น้ำนี้จะไม่ไหลกลับเข้าไปในภาชนะ

0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0

พหุวัฒนธรรมของโลกมุสลิม

พหุวัฒนธรรมของโลกมุสลิม
พหุวัฒนธรรมของโลกมุสลิม

พหุวัฒนธรรมของโลกมุสลิม ในสังคมนิยม

สังคม หมายความว่า คนจำนวนหนึ่งที่มีความเกี่ยวข้องต่อเนื่องกันตามข้อกำหนดกฏเกณฑ์ โดยมีเป้าหมายเดียวกัน

พหุ หมายความว่า มากมาย, มากยิ่งกว่าหนึ่ง, นานาประการ

วัฒนธรรม ซึ่งก็คือ สิ่งที่ทำให้เติบโตแก่หมู่คณะ, วิถีชีวิตของหมู่คณะ ทางวิทยาการ คือ การกระทำและก็สิ่งที่คนภายในกลุ่มผลิตทำขึ้นด้วยการเรียนรู้จากกันและก็กัน และก็ร่วมใช้อยู่ในกลุ่มพวกของตัวเอง

สังคมพหุวัฒนธรรม ก็เลยหมายความว่า ชุมชนที่มีความเชื่อมโยงแล้วก็ความเชื่อมโยงในระหว่างกันโดยชุมชนนั้นมีวิถีชีวิตของกลุ่มของผู้คนที่หลากหลาย มีการแลกแล้วก็ศึกษาความงอกงามในระหว่างกัน ตลอดจนมีส่วนร่วมสำหรับการสร้างสรรค์ การใช้สอยแล้วก็มีจุดหมายสำคัญด้วยกัน

อัลกุรอาน : องค์ความรู้

คัมภีร์อัล-กุรอาน เป็นพระดำรัสของท่านอัลลอฮฺ ซึ่งประกาศว่ามนุษยชาติมีต้นกำเนิดจากอาดัมรวมทั้งหะวาอฺผู้เป็นปฐมของเชื้อสายมนุษย์ซึ่งแพร่ขยายไปทั่วแผ่นดินโลก รวมทั้งเปลี่ยนเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ที่นานัปการ แล้วก็ความหลากหลายของเชื้อชาติมนุษย์เป็นบ่อเกิดของพหุวัฒนธรรม เมื่อความเจริญทางด้านสังคมของผู้คนมีความเจริญรุ่งเรืองและก็มีการแผ่กว้างเพิ่มขึ้นเรื่อยๆเป็นลำดับโดยจุดหมายสำหรับการกำหนดให้มีความหลากหลายของกลุ่มชาติพันธุ์แล้วก็พหุวัฒนธรรมเป็นการศึกษาซึ่งกันและกัน ดังนี้ การเรียนซึ่งกันและกันในระหว่างเชื้อสายของคนเราซึ่งต่างประเทศชนิด ต่างวัฒนธรรม และก็ต่างวิถีการดำรงชีวิตจะเกิดขึ้นอย่างเป็นสิ่งที่เป็นรูปธรรมและก็ประสบผลสำเร็จได้ตามความตั้งใจของพระผู้ทรงสร้าง ต้องมีส่วนประกอบดังต่อไปนี้

(1) องค์ความรู้ (มะอฺริฟะฮฺ) เกี่ยวกับความมากมายของพหุวัฒนธรรมซึ่งมีต้นเหตุที่เกิดจากความหลากหลายของเชื้อชาติแล้วก็วิวัฒนาการของสังคมมนุษย์

(2) การยอมรับ (อัล-อิอฺติรอฟ) ในความมากมายหลายรวมทั้งความไม่เหมือนของกลุ่มวัฒนธรรมในความเป็นเชื้อสายที่มีความแตกต่างในด้านกายภาพ (ญิสมานียฺ) และก็จิตภาพ (รูหานียฺ)

(3) ขนบประเพณีรวมทั้งจารีต (อัล-อุรฟ์) ของแต่ละกลุ่มวัฒนธรรมซึ่งมีความก้าวหน้าในด้านสังคม เศรษฐกิจ แล้วก็การบ้านการเมืองการปกครอง ตลอดจนวิถีการดำรงชีวิตของมนุษย์ในแต่ละกลุ่มวัฒนธรรม อันเป็นรายละเอียดสำหรับการทำความเข้าใจ กระบวนการทำความรู้ความเข้าใจ รวมทั้งการแล้วก็เปลี่ยนแปลงในระหว่างกัน

(4) วิธีการทำความรู้จักในระหว่างกัน (อัต-ตะอารุฟ) โดยผ่านขั้นตอนการความเกี่ยวข้องในเชิงบวกรวมทั้งการผลิตสรรค์ ตลอดจนการถักสนทนาแบบสันติวิธี ส่วนประกอบทั้งยัง 4 ประการถูกประมวลอยู่ในถ้อยความที่ว่า “เพื่อที่สูเจ้าจะได้ศึกษาแล้วก็ทำความรู้จักซึ่งกันและกัน” ตามที่อัล-กุรอานได้บอกว่า:

﴾ يَـٰٓأَيُّهَا ٱلنَّاسُ إِنَّا خَلَقْنَـٰكُم مِّن ذَكَرٍ وَأُنثَىٰ وَجَعَلْنَـٰكُمْ شُعُوبًا وَقَبَآئِلَ لِتَعَارَفُوٓا۟ ۚ إِنَّ أَكْرَمَكُمْ عِندَ ٱللَّـهِ أَتْقَىٰكُمْ ﴿

الحجرات : ١٣

﴾ لِكُلٍّۢ جَعَلْنَا مِنكُمْ شِرْعَةً وَمِنْهَاجًا ۚ وَلَوْ شَآءَ ٱللَّـهُ لَجَعَلَكُمْ أُمَّةً وَٰحِدَةً وَلَـٰكِن لِّيَبْلُوَكُمْ فِى مَآ ءَاتَىٰكُمْ ۖ فَٱسْتَبِقُوا۟ ٱلْخَيْرَٰتِ ۚ إِلَى ٱللَّـهِ مَرْجِعُكُمْ جَمِيعًا فَيُنَبِّئُكُم بِمَا كُنتُمْ فِيهِ تَخْتَلِفُونَ ﴿

المائدة : ٤٨

ในอิสลามมีคำสอนที่บ่งบอกถึงการยินยอมรับไม่เหมือนกันและก็ความมากมายในเชิงพหุวัฒนธรรมอีกทั้งในด้านกายภาพ ความประพฤติ ความเลื่อมใส แล้วก็วิถีการดำรงชีวิตของมนุษย์ซึ่งทั้งปวงเป็นเชื้อสายของอาดัม (อะลัยฮิสลาม)

﴾ وَمِنْ ءَايَـٰتِهِۦ خَلْقُ ٱلسَّمَـٰوَٰتِ وَٱلْأَرْضِ وَٱخْتِلَـٰفُ أَلْسِنَتِكُمْ وَأَلْوَٰنِكُمْ ۚ إِنَّ فِى ذَٰلِكَ لَـَٔايَـٰتٍ لِّلْعَـٰلِمِينَ ﴿

الروم : ٢٢

ความต่างของภาษาที่ประชากรโลกใช้สำหรับเพื่อการติดต่อสื่อสารในแบบต่างๆและก็ความมากมายของสีผิวเป็นความจริงทางกายภาพที่รับรู้กันและไม่มีใครไม่ยอมรับความเป็นจริงนี้ได้ เมื่อสามัญชนโลกมีสีผิวรวมทั้งภาษาแตกต่างกัน วัฒนธรรมรวมทั้งวิถีของการดำรงชีพจึงมีความต่างกัน อิสลามก็เลยเห็นด้วยความจริงดังที่กล่าวมาข้างต้น รวมทั้งนับว่าความต่างของภาษาและก็สีผิวเป็นสัญญาณที่บ่งชี้ถึงมหิทธานุภาพและก็พระปรีชาญาณของท่านอัลลอฮฺพระผู้ทรงสร้าง

﴾ وَلَوْ شَآءَ رَبُّكَ لَجَعَلَ ٱلنَّاسَ أُمَّةً وَٰحِدَةً ۖ وَلَا يَزَالُونَ مُخْتَلِفِينَ ﴿

هود : ١١٨

﴾ لَآ إِكْرَاهَ فِى ٱلدِّينِ ۖقَد تَّبَيَّنَ ٱلرُّشْدُ مِنَ ٱلْغَىِّ ﴿  البقرة

0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0

ขอขอบคุณบทความดี ๆ จาก U F A B E T