วิธีการก้าวสู่หนทางแห่งอิสลาม

วิธีการก้าวสู่หนทางแห่งอิสลาม
วิธีการก้าวสู่หนทางแห่งอิสลาม

วิธีการก้าวสู่หนทางแห่งอิสลาม ศาสนาอิสลามนั้นมีผู้ที่นับถือมากกว่าหมื่นล้านคนและยังคงได้เติบโตขึ้นเรื่อย ๆ ตามกาลเวลา นับว่าเป็นศาสนาที่โตเร็วที่สุดในโลก สิ่งที่ทำให้ศาสนานี้มีความพิเศษและยังแตกต่างจากศาสนาอื่น ๆ คือ การเปลี่ยนมาเป็นศาสนานี้ทำได้อย่างง่ายดาย ด้วยการปฎิญาณตนเพื่อรับด้วยวาจา ซึ่งอย่างไรก็ตามนั้นในการปฎิญาณตนไม่ใช่สิ่งที่สามารถปฎิบัติได้โดยทันที โดยจากความเข้าใจและการอุทิศตนตามหลักศาสนาเป็นสิ่งที่สำคัญทีเดียว

ในการรับศาสนาคือการที่ขจัดบาปเก่าที่มีมา มุสลิมใหม่เป็นผู้ที่บริสุทธิ์เช่นเดียวกับแรกทารกแรกเกิด มุสลิมควรที่จะพยายามในการรักษาตนให้บริสุทธิ์ตลอดเวลาด้วยการทำความดีตามที่อัลลอฮฺได้สั่งใช้ หรืออิบาดะฮฺ

ดังนั้นยังมีกฎระเบียบในเรื่องของการแต่งกายที่ต้องเน้นความสุภาพเรียบร้อย ถ่อมตน ที่มุสลิมทุกคนควรปฏิบัติตาม อย่างเคร่งครัด

  1. สำรวจตนให้แน่ใจว่ารู้จริงว่าการเป็นมุสลิมคืออะไร ข้อปฏิบัติแรกของการเป็นมุสลิม ก็คือ การเชื่อว่าอัลลอฮฺเป็นพระเจ้าหนึ่งเดียว พระองค์เป็นพระเจ้าเพียงองค์เดียว เป็นผู้สร้างและทรงอำนาจสูงสุด อัลลอฮฺ เป็นผู้เดียวที่สมควรแก่การกราบไหว้บูชา สมควรอุทิศตนกระทำสิ่งดีเพื่อพระองค์ โดยไม่มีสิ่งใดมาเทียบเคียงได้ ศาสนทูตของอัลลอฮฺ ท่านนบีมุฮัมมัด เป็นศาสนทูตคนสุดท้ายที่ลงมาบนโลก จึงเป็นศาสนาที่ดำเนินตามกฎแห่งธรรมชาติและใกล้ชิดวิถีของผู้สร้างมากที่สุด ดังนั้นผู้ที่น้อมรับก็กำลังกลับสู่วิถีทางแรกสุดแห่งธรรมชาติ
  2. การอ่านพระคัมภีร์ อัลกุรอานเป็นแหล่งรวมคำสอนหลัก ที่มีความเชื่อกันว่า พระคัมภีร์อัลกุรอานเป็นพระวจนะของพระเจ้าที่ไม่เคยถูกบิดเบือน อีกทั้งยังสนับสนุนพระคัมภีร์ของชาวคริสต์และชาวยิวที่มีมาก่อนให้สมบูรณ์อีกด้วย หนังสือทางศาสนาที่สำคัญในอิสลามอีกเล่มคือ “ฮะดีษ” ซึ่งได้รวบรวมคำสอนของท่านนบีมุฮัมมัด ฮะดีษนี้เป็นส่วนประกอบพื้นฐานของกฎหมาย การอ่านพระคัมภีร์และคำสอนจึงสามารถทำให้มุสลิมมีความรู้ความเข้าใจ ที่เกี่ยวกับประวัติศาสตร์และกฎเกณฑ์ของศาสนา
  3. การคุยกับอิหม่าม อิหม่าม ก็คือ ผู้นำทางศาสนา ที่ต้องมีการประกอบพิธีต่าง ๆในมัสยิด ซึ่งอิหม่ามนั้นได้ถูกคัดเลือก ด้วยระดับความรู้ในพระคัมภีร์อัลกุรอานและการปฏิบัติตนที่ดี อิหม่ามนั้นสามารถให้คำปรึกษาว่าเราพร้อมจะอุทิศตนหรือไม่
  4. การปฏิญาณตน หรือชะฮาดะฮฺ ถ้าหากมั่นใจแล้วว่าคุณอยากจะเป็นมุสลิม สิ่งที่จะต้องทำก็คือการกล่าวที่เรียกว่า ชะฮาดะฮฺ ซึ่งเป็นคำปฏิญาณตนเพื่อประกาศการเดินตามพระประสงค์ของอัลลอฮฺด้วยวาจา ในการกล่าว ชะฮาดะฮฺ จึงมีความหมายว่าจะเดินในทางนี้ตลอดชีวิต คำกล่าวชะฮาดะฮฺ คือ “ลาอิลาฮะอิลลัลลอฮฺ มุหัมมะดุรรอซูลุลลอฮฺ” จึงแปลว่า “ไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากอัลลอฮฺ และมุฮัมมัดเป็นศาสนทูตของพระองค์” หลังจากได้มีการปฏิญาณตนแล้วก็ได้เป็นมุสลิมเต็มตัว
  5. การเป็นสมาชิกในแวดวงมุสลิมอย่างเป็นทางการ ทำได้จากการชวนพี่น้องมุสลิมมาเป็นพยานตอนได้ปฏิญาณตน ที่จริงแล้วไม่จำเป็นต้องมีพยานในการจะเป็นมุสลิม เพราะพระเจ้าจะทรงรอบรู้ทุกสิ่ง ดังนั้นในการกล่าว ชะฮาดะฮฺ สามารถทำได้โดยลำพัง จากความเข้าใจ ถือว่าได้เป็นมุสลิมแล้ว ในสายพระเนตรของอัลลอฮฺ แต่ถ้าหากอยากได้รับการยอมรับอย่างเป็นทางการจากมัสยิด จะมีการกระทำโดยกล่าว ชะฮาดะฮฺ ต่อหน้าพยานมุสลิมจำนวน 2 คน และอิหม่ามในมัสยิดเพื่อเป็นพยานยืนยัน
  6. การทำความสะอาดร่างกาย หลังจากที่ได้เป็นมุสลิมแล้ว สมควรที่ต้องอาบน้ำเพื่อเป็นการชำระร่างกาย ซึ่งในการกระทำเช่นนี้เป็นสัญลักษณ์ว่าได้ละทิ้งอดีต

0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0

ไม่มีบาปใดที่เกินการชำระล้าง หลังจากกล่าว ชะฮาดะฮฺ แล้ว บาปต่าง ๆ ที่มีมาในอดีตจะถูกชำระใหม่ ชีวิตใหม่ได้เริ่มขึ้น u f a b e t จากนี้มุสลิมใหม่ต้องพยายามยกระดับจิตใจโดยการกระทำแต่สิ่งดี

0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *